⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1695/2493

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1695/2493

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. เมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ เจ้าหนี้มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจริงเกินกว่าเบี้ยปรับที่กำหนดไว้ในสัญญาได้ 2. ผู้ค้ำประกันจะพ้นจากความรับผิดได้ต่อเมื่อพิสูจน์ได้ว่าลูกหนี้มีทางที่จะชำระหนี้ได้ หรือการบังคับให้ลูกหนี้ชำระหนี้ไม่เป็นการยาก

ย่อคำพิพากษา

เมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้นอกจากเบี้ยปรับตามที่กำหนดกันไว้ในสัญญาแล้ว เจ้าหนี้ยังมีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายที่เสียไปเกินจากที่กำหนดเป็นเบี้ยปรับกันไว้ได้อีกตามมาตรา 380 วรรค 2 เจ้าหนี้ฟ้องผู้ค้ำประกันให้รับผิดแทนลูกหนี้ เพราะลูกหนี้ไม่ชำระหนี้แก่เจ้าหนี้และอ้างว่าลูกหนี้ไม่มีทรัพย์สินพอชำระหนี้เมื่อไม่ปรากฎว่าลูกหนี้อยู่แห่งใดผู้ค้ำ ประกันพิศูจน์ไม่ได้ว่าลูกหนี้มีทางที่จะชำระหนี้ได้ และพิศูจน์ไม่ได้ว่าการที่จะบังคับให้ลูกหนี้ชำระหนี้ไม่เป็นการยากดังนี้นผู้ค้ำประกันจึงไม่พ้นจากความรับผิด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.380 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.680 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.688 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.689

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีได้ความว่านายสำรวย ทำสัญญาจะส่งคืนให้โรงงานน้ำตาลไทยอุดร ๓๐๐๐ ลูกบาศเมตร ภายในวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๔๙๐ ถ้าส่งขาดนายสำรวยยอมจ่ายค่าเสียหายให้ลูกบาศเมตร์ละ ๓ บาท ตามจำนวนที่ขาดส่วนจำเลยนี้ทำสัญญาให้ไว้มีข้อความว่าจำเลยขอรับรองให้นายสำรวยปฏิบัติตามสัญญาที่กล่าวแล้ว หากนายสำรวยไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญาที่กล่าวแล้ว หากนายสำรวยไม่สามารถปฏิบัติได้ตามสัญญาที่กล่าวแล้ว จำเลยยอมชดใช้ค่าเสียหายซึ่งโรงงานน้ำตาลไทยจะได้เรียกจากนายสำรวยเมื่อทำสัญยากันแล้ว นายสำรวยก็ส่งฟืนให้แก่โรงงานน้ำตาลไทย แต่ส่งได้ไม่ครบตามสัญญายังขาดอยู่ นายสำรวยหยุดส่งไม่ปฏิบัติตามสัญญา โจทก์จึงฟ้องจำเลยผู้ค้ำประกันให้ใช้ค่าปรับและค่าเสียหาย จำเลยต่อสู้หลายประการ ศาลชั้นต้นเห็นว่านายสำรวยไม่อยู่เป็นหลักแหล่ง และไม่มีทรัพย์สินจำเลยจึงต้องรับผิดในค่าเสียหายที่กำหนดไว้คือ ๓ บาทต่อหนึ่งลูกบาศเมตร์ตามจำนวนที่ขาดโจทก์จะเรียกเกินจากนั้นไม่ได้ พิพากษาให้จำเลยใช้เงินแก่โจทก์ ๕๘๑๒ บาท ๓๘ สตางค์ โจทก์, จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธณ์เห็นว่าโจทก์เรียกค่าเสียหายเพิ่มขึ้นได้ ไม่ใช่เพียงแต่เมตรละ ๓ บาท จึงพิพากษาแก้ให้จำเลยใช้เงินแก่โจทก์ ๗๓๑๒ บาท ๓๘ สตางค์ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่านายสำรวจอยู่แห่งใดไม่ปรากฎ หาตัวก็ไม่พบจำเลยก็พิศูจน์ไม่ได้ว่านายสำรวยมีทางที่จะชำระหนี้ได้ และบังคับให้นายสำรวยชำระหนี้ไม่เป็นการยาก ดังนั้นจำเลยจึงไม่พ้นจากความรับผิด ส่วนค่าเสียหายนั้น โจทก์ได้พิศูจน์ได้ว่าเนื่องจากนายสำรวยผิดสัญญาโจทก์ต้องเสียหายเกินจากที่กำหนดไว้เป็นเบี้ยปรับกันไว้ ค่าเสียหายที่เกินเช่นนี้โจทก์มีสิทธิที่จะเรียกร้องเอาได้ตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา ๓๘๐ วรรค ๒ ศาลอุทธรณ์บังคับให้จำเลยใช้ชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1695/2493 กรมโรงงานอุตสาหกรรม โดย ม.จ.สิทธิยากร วรวรรณ อธิบดี โจทก์ นายประพันธ์ ชัชวาลย์ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - กรมโรงงานอุตสาหกรรม โดย ม.จ.สิทธิยากร วรวรรณ อธิบดี · ล. - นายประพันธ์ ชัชวาลย์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ศิลปสิทธิวินิจฉัย · มนูภันย์วิมลสาร · นนทประชา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายสอาด วรรธวินิจ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสารรักษ์ประนาท
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 254/2540ฎีกา 696/2537ฎีกา 1674/2539ฎีกา 8454/2544ฎีกา 2546/2524ฎีกา 58/2530ฎีกา 591/2531ฎีกา 4244/2539ฎีกา 2115/2524ฎีกา 552/2548ฎีกา 2753/2523ฎีกา 5470/2537ฎีกา 1800/2511ฎีกา 795/2545ฎีกา 9376/2539ฎีกา 3219/2534ฎีกา 7913/2551ฎีกา 978/2510ฎีกา 1111/2512ฎีกา 2195/2533ฎีกา 6683/2545ฎีกา 233/2536ฎีกา 1808/2512ฎีกา 4610/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา