⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1813/2493

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1813/2493

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลเข้าครอบครองและใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินของผู้อื่นโดยไม่มีสิทธิ ถือเป็นการละเมิดสิทธิของเจ้าของทรัพย์สิน เจ้าของทรัพย์สินจึงมีอำนาจฟ้องเรียกค่าเสียหายได้

ย่อคำพิพากษา

แม้จะปรากฎว่า ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชนะคดีจำเลยจึงเข้าทำนาพิพาทก็ตามเมื่อในชั้นที่สุดศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าที่พิพาท เป็นของโจทก์แต่เดิมมา จำเลยรับซื้อไว้จากผู้มีชื่อโดยไม่สุจริต และคดีถึงที่สุดแล้วดังนี้ก็เป็นอันว่าจำเลยไม่มีสิทธิเหนือที่พิพาทแต่ประการใดที่พิพาทคงเป็นของโจทก์ตลอดมาฉะนั้นการที่จำเลยเข้าทำนาพิพาทโดยพละการของจำเลยเองจึงเป็นการทำละเมิดต่อสิทธิของโจทก์ในนาพิพาท โจทก์มีอำนาจฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.145 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.148 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.5 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ปรากฎว่า นาพิพาทนี้นาเหรียะขายให้จำเลยโจทก์จึงฟ้องนางเหรียะและจำเลยเป็นคดีหนึ่งก่อนแล้ว ศาลชั้นต้นฟังว่าที่พิพาทเป็นของนางเหรียะ ๆ ขายให้จำเลยชอบแล้วพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ฟังว่าที่พิพาทรายนี้เป็นของโจทก์ ได้รับมรดกจากมารดาปกครองมา หาใช่ของนางเหรียะไม่การซื้อขายระหว่างนางเหรียะกับจำเลย ถือว่าทำกันโดยไม่การซื้อขายระหว่างนางเหรียะกับจำเลย ถือว่าทำกันโดยไม่สุจริต ไม่มีผลตามกฎหมายคดีถึงที่สุด บัดนี้โจทก์มาฟ้องจำเลยเป็นคดีอีกว่าในระหว่างที่เป็นความในคดีก่อน จำเลยได้บุกรุกเข้าแย่งทำนาพิพาททำให้โจทก์เสียหายจึงเรียกค่าเสียหายจากจำเลย ศาลชั้นต้นเห็นว่าจำเลยทำนาพิพาทโดยบริสุทธิใจ เพราะจำเลยชนะคดีโจทก์ จึงพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้โจทก์ชนะคดี จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าข้อเท็จจริงเป็นอันยุติตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ในคดีเดิมว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์แต่เดิมมา จำเลยได้+-ซื้อไว้จากนางเหรียะโดยไม่สุจริต จำเลยจึงไม่มีสิทธิเหนือที่พิพาทตามสัญญาซื้อขาย แม้ศาลชั้นต้นให้จำเลยชนะคดีแต่ในชั้นสุดจำเลยแพ้คดีก็เป็นอันจำเลยไม่มีสิทธิเหนือที่พิพาทแต่ประการใด ที่พิพาทคงเป็นของโจทก์ตลอดมา การที่จำเลยเข้าทำาพิพาทโดยพละการของจำเลยเองจึงเป็นการทำละเมิดต่อสิทธิของโจทก์ในนาพิพาท จึงเป็นการทำละเมิดต่อสิทธิขอโจทก์ในนาพิพาทโจทก์มีอำนาจฟ้องเรียกค่าเสียหายได้ ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้โจทก์ชนะคดีชอบแล้ว จึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1813/2493 นาแดง เป็นอาลี โจทก์ นายหลีแดง +ละ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาแดง เป็นอาลี · ล. - นายหลีแดง +ละ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มนูกิจวิมลอรรถ · นาถปรีชา · สัญญา ธรรมศักดิ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสงขลา - หลวงงรนิติปรีชา · ศาลอุทธรณ์ - พระดุลยนิติศาสตร์โกศล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 795/2543ฎีกา 4976/2536ฎีกา 1721/2528ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 2409/2551ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 3219/2534ฎีกา 1538/2518ฎีกา 4549/2540ฎีกา 2345/2540ฎีกา 7335/2538ฎีกา 861/2540ฎีกา 307/2513ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512ฎีกา 4484/2536ฎีกา 226/2532ฎีกา 1003/2521ฎีกา 2404/2530ฎีกา 960/2485
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา