⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 360/2493

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 360/2493

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพในข้อหาที่ถูกฟ้อง ศาลย่อมพิพากษาลงโทษจำเลยตามที่รับสารภาพได้ตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

คำพ้องเป็นฟ้องจำเลยหลายคนแต่ข้อกล่าวหาแยกได้เป็น 2 ตอน ตอนแรกกล่าวหาว่า จำเลยสมคบกันพยายามลักทรัพย์ ในตอนหลังกล่าวหาจำเลยบางคนฐานชิงทรัพย์ประกอบด้วยเหตุฉกรรจ์อันมีอัตราโทษขั้นสุงสุดถึง 10 ปี ดังนี้เมื่อจำเลยที่ถูกกล่าวหาในตอนแรกรักสารภาพแล้ว ศาลพิพากษาลงโทษได้ตาม ม.176 วิ.อาญา.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.60 กฎหมายลักษณะอาญา ม.295 กฎหมายลักษณะอาญา ม.300 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.176 ประมวลกฎหมายอาญา ม.60 ประมวลกฎหมายอาญา ม.295 ประมวลกฎหมายอาญา ม.300

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า "เมื่อวันที่ ๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๙๑ เวลากลางคืนหลังเที่ยง จำเลยนี้ได้บังอาจสมคบกับเป็นคนร้ายเข้าไปในเรือนอันเป็นเคหะสถานที่อยู่อาศัยของขุนเวชการบริรักษ์ โดยจำเลยมิได้รับอนุญาตให้เข้าไปได้ แล้วกระทำการลักทรัพย์ของขุนเวชการบริรักษ์ แต่มีเหตุสุดวิสัยมาขัดขวางเสีย โดยนายโสรส วรสุมันต์ บุตรเจ้าทรัพย์รู้สึกตัว นายจรินทร์จำเลยได้เอาผ้าขาวม้าคลุมศีรษะนายโสรสๆ ได้ร้องขึ้น จำเลยจึงหลบหนีเอาทรัพยไปไม่ได้สมความประสงค์ของจำเลย และนายโสรสวิ่งตามทันนายนรินทร์จำเลย ๆ ได้ใช้ไฟฉายดินทางตีถูกหน้านายโสรส ๑ ทีมีบาดเจ็บ บาดแผลดังปรากฏตามรายงานชันสุตรของแพทย์ซึ่งโจทก์จะได้นำส่งศาลในวันพิจารณาทั้งนี้เพื่อจะปกปิดการกระทำผิดและเพื่อจะหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาสำหรับความผิดของจำเลย เหตุที่เกิที่ ฯลฯ" จำเลยทั้ง ๓ รับสารภาพ ศาลชั้นต้นสืบพยานดจทก์ ๒ ปากแล้ว พิพากษาว่าจำเลยผิด ม.๓๐๐,๖๐ จำคุกคนละ ๔ ปี นายอุทิศ เป็นเด็กลงโทษกึ่งหนึ่งและลดรับสารภาพกึ่ง คงจำคุก นายอุทิศ ๑ ปี นอกนั้นคนละ ๒ ปี ศาลอุทธรณ์เห็นว่า คดีไม่พอฟังลงโทษนายอุทิศคดีอุฉกรรจ์โจทก์ต้องสืบให้เป็นที่พอใจศาลว่าจำเลยทำผิด พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องเฉพาะนายอุทิศ ลงโทษนายชวลิตตาม ม.๒๙๐,๒๙๔ จำคุก ๑ ปี ส่วนนายนรินทร์คนเดียวผิดฐานชิงทรัพย์ให้เป็นไปตามศาลเดิม โจทก์ฎีกา เฉพาะนายอุทิศคนเดียวว่า ฟ้องเพียงสมคบกันพยายามลักทรัพย์เมื่อรับสารภาพแล้ว พิพากาลงโทษได้ ศาลฎีกาเห็นว่า คำฟ้องแยกกล่าวหาเป็น ๒ ตอน ๆ แรกกล่าวหาว่าสมคบกับพยายามลักทรัพย์ ตอนหลังกล่าวหานายนรินทร์จำเลยคนเดียวว่าทำร้าย ส. บาดเจ็บ เพื่อปกปิดและหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญา ข้อหาส่วนตัวนายอุทิศเข้ามาตรา ๒๙๕,๖๐ ซึ่งอัตราโทษจำคุกอย่างสูงไม่ถึง ๑๐ ปี เมื่อรับสารภาพตามฟ้อง พิพากษาลงโทษได้ อนึ่งที่ศาลอุทธรณ์ลงโทษนายชวลิตตามาตรา ๒๙๐,๒๙๔,๖๐ นั้น คลาดเคลื่อน แท้จริงนายชวลิตผิดมาตรา ๒๙๔,๖๐ เช่นเดียวกับนายอุทิศ แต่โจทก์มิได้ฎีกาในส่วนตัวนายชวลิต จึงไม่มีเหตุแก้ไข พิพากษาแก้ให้จำคุกนายอุทิศ ๒ ปี วางโทษกึ่งหนึ่งฐานเป็นเด็กและลดรับกึ่ง คงจำคุก ๖ เดือน นับต่อโทษ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 360/2493 อัยการศรีสะเกษ โจทก์ นายอุทิศ สินธุ์ปะมา ที่ 1 นายชวลิต ภักดีดินแดน ที่ 2 นายนรินทร์ ทัศนกร ที่ 3

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการศรีสะเกษ · 3 - นายอุทิศ สินธุ์ปะมา ที่ 1 นายชวลิต ภักดีดินแดน ที่ 2 นายนรินทร์ ทัศนกร ที่
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มนูกิจวิมลอรรถ · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · มนูภันย์วิมลสาร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลศรีสะเกษ - นายหรุ่น แขวงโสภา · ศาลอุทธรณ์ - นายกริด สารสาส
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 1485/2493ฎีกา 688/2467ฎีกา 9114/2552ฎีกา 1146/2526ฎีกา 789/2480ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 4573/2528ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 729/2483ฎีกา 1411/2499ฎีกา 582/2468ฎีกา 1220/2510ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 884/2484ฎีกา 2292/2540ฎีกา 16889/2555ฎีกา 967/2501
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา