⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 727/2493

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 727/2493

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้ครอบครองปรปักษ์ได้แจ้งแก่เจ้าของทรัพย์สินว่าตนได้เปลี่ยนลักษณะการครอบครองจากที่เคยครอบครองแทนเป็นครอบครองในฐานะเจ้าของ ถือเป็นการแสดงเจตนาเปลี่ยนลักษณะการครอบครอง และหากครอบครองติดต่อกันเป็นเวลา 10 ปี ย่อมได้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้นโดยการครอบครองปรปักษ์

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยซึ่งเป็นบุตรของเจ้าหนี้ซึ่งยึดถือนาพิพาทมีโฉนดไว้ทำต่างดอกเบี้ย ได้แจ้งแก่โจทก์ซึ่งเป็นลูกหนี้ว่า มารดาได้ยกนาพิพาทนั้นให้แล้ว จำเลยจะเอาเป็นกรรมสิทธิ์และยอมเพิ่มเงินให้โจทก์ ซึ่งฝ่ายโจทก์ก็ตกลง แต่การโอนทะเบียนขัดข้องจำเลยไม่ได้ให้เงินที่เพิ่มนั้นแก่โจทก์ จำเลยคงครอบครองนาพิพาทตลอดมากว่า 10 ปีแล้ว ดังนี้ถือว่า จำเลยได้เปลี่ยนลักษณะแห่งการครอบครองแทนเป็นครอบครองในฐานะเป็นเจ้าของตั้งแต่แจ้งแก่โจทก์ดังกล่าว จำเลยย่อมได้กรรมสิทธิ์ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1381 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1382

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอไถ่ถอนนาพิพาทคืน จำเลยต่อสู้ว่า ได้ซื้อจากโจทก์และบุตรครอบครองเป็นเจ้าของมา 14 ปีแล้วได้ความว่า โจทก์ได้มอบนาพิพาทให้มารดาจำเลยทำต่างดอกเบี้ยแล้ว มารดาจำเลยมอบให้จำเลยทำ เมื่อประมาณ 12 ปีมาแล้วจำเลยได้แสดงต่อโจทก์ว่า มารดายกที่รายนี้ให้จำเลยแล้ว จำเลยจะเอาที่พิพาทเป็นกรรมสิทธิ์โดยยอมเพิ่มเงินให้โจทก์อีก 250 บาท โจทก์และบุตรผู้มีชื่อในโฉนดก็ยอมตกลง และไปขอโอนโฉนดให้จำเลยแต่ขัดข้องโดยบุตรโจทก์ที่มีชื่อในโฉนดไปไม่ครบเลยไม่ได้โอนกัน และจำเลยไม่ได้จ่ายเงิน 250 บาทให้โจทก์ จำเลยคงครอบครองนาพิพาทและโฉนดมาจนบัดนี้ ศาลชั้นต้นเห็นว่า เป็นการครอบครองแทนโจทก์พิพากษาให้จำเลยรับชำระหนี้ และคืนนาพิพาทให้โจทก์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า การครอบครองของจำเลยในตอนหลังตั้งแต่จำเลยได้แสดงเจตนาจะเอาที่พิพาทเป็นสิทธิตลอดมาจนถึงวันที่โจทก์ฟ้องเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว เป็นการครอบครองในฐานะเป็นเจ้าของจำเลยย่อมได้กรรมสิทธิ์ พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ในตอนแรกแม้จะถือว่าครอบครองแทนโจทก์ แต่จำเลยได้บอกกล่าวแก่โจทก์แล้วว่าจำเลยไม่เจตนาจะยึดถือนาพิพาทไว้แทนโจทก์ต่อไป ซึ่งโจทก์ก็ยอมตกลง เห็นพ้องด้วยศาลอุทธรณ์ว่าการครอบครองของจำเลยภายหลังที่ได้แสดงเจตนาจะเอาที่พิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ดังกล่าว เป็นการครอบครองในฐานะเป็นในฐานะเป็นเจ้าของโดยสงบและเปิดเผยเป็นเวลากว่า 10 ปี ย่อมได้กรรมสิทธิ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 727/2493 นางแพร เที่ยนทอง โจทก์ นายศิริ คงสมบุญ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางแพร เที่ยนทอง · จำเลย - นายศิริ คงสมบุญ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปรีชาวินิจฉัย · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · มนูกิจวิมลอรรถ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 726/2493ฎีกา 356/2530ฎีกา 3375/2532ฎีกา 4072/2528ฎีกา 2749/2538ฎีกา 9788/2553ฎีกา 5473/2548ฎีกา 945/2537ฎีกา 759/2494ฎีกา 231/2482ฎีกา 1280/2492ฎีกา 107/2493ฎีกา 4415/2528ฎีกา 3081/2527ฎีกา 781/2538ฎีกา 4258/2541ฎีกา 4470/2543ฎีกา 4185/2547ฎีกา 824-825/2511ฎีกา 663/2488ฎีกา 602/2490ฎีกา 546/2532ฎีกา 5007/2540ฎีกา 1077/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา