⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 814/2493

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 814/2493

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
พินัยกรรมที่บุคคลสองคนหรือมากกว่านั้นทำขึ้นในเอกสารฉบับเดียวกัน ถือเป็นโมฆะตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

สามีภรรยาเป็นเจ้าของทรัพย์ร่วมกันจึงร่วมกันทำพินัยกรรมฉบับเดียวกันยกทรัพย์ในหลานนั้น เป็นการขัดกับ พ.ร.บ.ว่าด้วยการทำพินัยกรรม 2475 มาตรา 23 ที่ว่า "บุคคลสองคนหรือมากกว่านั้นจะทำพินัยกรรมโดยเอกสารฉบับเดียวกันไม่ได้" สามีภรรยาร่วมกันทำพินัยกรรมฉบับเดียวกันยกทรัพย์หลายอย่าง ๆ ให้หลานรวมทั้งโจทก์ด้วย สำหรับโจทก์ได้ที่ดินและตึกภายหลังสามีผู้เดียวทำพินัยกรรมฉบับหลัง เพิกถอนข้อความในพินัยกรรมเดิมบางข้อในข้อที่ยกทรัพย์ให้หลานอื่นบางคน แล้วมีข้อความว่า ส่วนข้อความอื่น ๆ ในพินัยกรรมนั้นคงเป็นไปตามเดิมดังนี้ เมื่อพินัยกรรมฉบับแรกไม่สมบูรณ์ เพราะต้องห้ามตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการทำพินัยกรรม 2475 แล้วก็ต้องถือ่าไม่มีการยกที่ดินและตึกให้โจกท์ด้วย ส่วนพินัยกรรมฉบับหลังแม้จะสมบูรณ์ก็ไม่มีข้อความว่าได้ยกที่ดินและตึกให้โจทก์ เป็นแต่กล่าวว่า ส่วนข้อความอื่น ๆ ในพินัยกรรมนั้นคงเป็นไปตามเดิม ซึ่งเมื่อพินัยกรรมเดิมใช้ไม่ได้แล้ว จะอ้างข้อความในเอกสารอื่นซึ่งมิใช่พินัยกรรมมาเป็นส่วนหนึ่งของพินัยกรรม จึงไม่ได้ โจทก์จึงไม่มีสิทธิได้ที่ดินและตึก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1646 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1706 พระราชบัญญัติว่าด้วยการทำพินัยกรรม พ.ศ.2475 ม.23

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าที่ดิน เรือนตึก ราคาประมาณ ๔๐,๐๐๐ บาท เป็นของนายไพโรจน์(โจทก์) โดยนายบุนเลี่ยม นางเบียว ได้ทำพินัยกรรมให้ตามสำเนาพินัยกรรม ลงวันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๔๗๖ และสำเนาพินัยกรรม ลงวันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๔๘๖ นางเบี่ยวตายก่อนนายบนเอี่ยม ๆ ตายเมื่อ ๓ ปีมานี้ ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องต่อศาลขอขายที่ดินและตึกรายนี้ จำเลยผู้อาศัยอยู่คัคค้านว่า เป็นตึกของจำเลย ศาลสั่งให้จำเลยฟ้อง จำเลยก็ไม่ฟ้อง ครั้งเมื่อศาลสั่งให้โจทก์ขายที่ดินเรือนตึกได้ จำเลยไปคัดค้านที่อำเภออีก ทำให้โจทก์ขายให้แก่ผู้ซื้อไม่ได้ภายในกำหนดสัญญา โจทก์ต้องใช้ค่าปรับเป็นค่าเสียหายแก่ผู้ซื้อ ๕,๐๐๐ บาท จึงขอให้ขับไล่จำเลยออกจากที่ดินเรือนพิพาทกับให้ใช้ค่าเสียหาย ๕,๐๐๐ บาท จำเลยต่อสู้กรรมสิทธิและอ้างว่า พินัยกรรมไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่ดินและตึกเป็นของโจทก์ เว้นแต่ตึกที่จำเลยก่อสร้างขึ้นจึงให้ขับไล่จำเลย ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ตึกที่จำเลยก่อสร้างขึ้นเป็นของโจทก์ด้วย โดยตกเป็นส่วนควบ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า พินัยกรรมฉบับแรกที่ลงวันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๔๗๖ มีชื่อนายบุนเลี่ยม นางเบี่ยวสองคนเป็นเจ้าของทรัพย์ผู้ทำพินัยกรรมขับกับ พ.ร.บ.ว่าด้วยการทำพินัยกรรม ๒๔๗๕ มาตรา ๒๓ ซึ่งบัญญัติไว้ชัดแจ้งว่า "บุคคลสองคนหรือมากกว่านั้นจะทำพินัยกรรมโดยเอกสารฉบับเดียวกันไม่ได้" เอกสารฉบับที่กล่าวจึงไม่ป็นพินัยกรรมที่ชอบด้วยกฎหมาย ผลจึงเท่ากับว่าไม่มีพินัยกรรมฉบับแรกเลย ส่วนพินัยกรรมฉบับหลังมีชื่อนายบุนเลี่ยมเป็นผู้ทำพินัยกรรมผุ้เดียวจึงไม่ต้องห้าม แต่พินัยกรรมฉลับหลัง หาได้มีข้อความได้ยกที่ดินและตึกพิพาทให้แก่ใครไม่ เป็นแต่กล่าวว่าส่วนข้อความอื่น ๆ ในพินัยกรรมนั้นคงเป็นไปตามเดิม ในพินัยกรรมนั้นคงเป็นไปตามเดิม เมื่อพินัยกรรมฉบับแรกไม่เป็นพินัยกรรมตาม ก.ม.แล้ว จะอ้างข้อความในเอกสารอื่นซึ่งมิใช่พินัยกรรมฉบับแรกจึงไม่ได้ ผลจึงเป็นว่าไม่ได้มีการให้ที่ดินและตึกแก่นายไพโรจน์ จึงพิพากษากลับให้ยกฟ้อง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 814/2493 นางสุทธิทิพย์ ลอองพาณิชย์ มารดาผู้ปกครองนายไพโรจน์ ลอองพาณิชย์ ผู้เยาว์ นางเพียร ที่ 1 นายประดิษฐ์ ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้เยาว์ - นางสุทธิทิพย์ ลอองพาณิชย์ มารดาผู้ปกครองนายไพโรจน์ ลอองพาณิชย์ · จำเลย - นางเพียร ที่ 1 นายประดิษฐ์ ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มนูภันย์วิมลสาร · นนทปัญญา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสงขลา - นายทวี เจริญพิทักษ์ · ศาลอุทธรณ์ - พระประศาสน์วินิจฉัย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4639/2540ฎีกา 453/2521ฎีกา 2210/2559ฎีกา 2924/2525ฎีกา 1083/2540ฎีกา 134/2513ฎีกา 8747/2550ฎีกา 2874/2559ฎีกา 953/2505ฎีกา 1572/2492ฎีกา 1843-1844/2524ฎีกา 3523/2532ฎีกา 4338/2531ฎีกา 816/2496ฎีกา 727/2525ฎีกา 668/2492ฎีกา 847/2518ฎีกา 1513/2495ฎีกา 3614/2547ฎีกา 1397/2513ฎีกา 7929/2544ฎีกา 824/2523ฎีกา 411/2501ฎีกา 2460/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา