⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 812/2484

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 812/2484

ป.พ.พ. ม.81, 84, 1676 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การระบุให้ผู้จัดการมรดกเป็นผู้เลือกวัดที่จะได้รับทรัพย์มรดกเพื่อปฏิสังขรณ์วัดที่ชำรุดทรุดโทรม ไม่ทำให้พินัยกรรมตกเป็นโมฆะ * เมื่อผู้จัดการมรดกไม่ปฏิบัติตามคำสั่งในพินัยกรรมที่ให้บำรุงการกุศลในพระพุทธศาสนา กรมการศาสนามีอำนาจฟ้องขอถอดถอนผู้จัดการมรดกได้

ย่อคำพิพากษา

พินัยกรรมที่ระบุให้ผู้จัดการมฤดกเอาทรัพย์มฤดกปฏิสังขรณ์วัดต่าง ๆ ที่ชำรุดทรุดโทรมนั้น ถือว่ามุ่งหมายให้ผู้จัดการมฤดกเป็นผู้ระบุวัดที่จะได้รับปฏิสังขรณ์ ข้อกำหนดเช่นนี้ไม่เป็นโมฆะ พินัยกรรมของผู้ตายสั่งให้ผู้จัดการมฤดกนำเงินเหลือ จากการปลงศพบำรุงการกุศลในพระพุทธศาสนา เมื่อผู้จัดการมฤดก ไม่ปฏิบัติการให้เป็นไปตามพินัยกรรม กรมธรรมการมีอำนาจฟ้องขอถอดถอนได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.24 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.81 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.84 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1676 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1706 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1727 พระราชบัญญัติลักษณะปกครองคณะสงฆ์ ร.ศ.121 ม.6 พระราชบัญญัติลักษณะปกครองคณะสงฆ์ ร.ศ.121 ม.7 พระราชบัญญัติลักษณะปกครองคณะสงฆ์ ร.ศ.121 ม.45

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.24 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.81 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.84 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1676 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าผู้ตายได้ทำพินัยกรรมไว้ฉะบับหนึ่งกำหนดว่าเมื่อผู้ตายวายชนม์แล้วให้จำหน่ายทรัพย์มฤดกจัดการปลงศพเมื่อมีเงินเหลืออยู่เท่าใด ให้นำไปประกอบการกุศลต่าง ๆ ในพระพุทธศาสนา ทั้งสิ้น คือปฏิสังขรณ์วัดต่าง ๆ ที่ชำรุดทรุดโทรม และตั้งให้จำเลยผู้เป็นพี่สาวเป็นผู้จัดการมฤดก ครั้นเมื่อผู้ตายวายชนม์แล้วจำเลยเข้าจัดการทรัพย์มฤดกโดยตลอดแต่จำเลยเพิกเฉยเสียไม่จัดการไปตามหน้าที่ โจทก์จึงฟ้องขอให้ศาลถอนจำเลยจากหน้าที่ผู้ จัดการมฤดกและตั้งโจทก์เป็นผู้จัดการมฤดกต่อไป จำเลยให้การตัดฟ้องว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง และพินัยกรรมเป็นโมฆะ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยข้อตัดฟ้องของจำเลยก่อน และเห็นว่าการที่ผู้ตายทำพินัยกรรมยกทรัพย์สินไว้โดยตรงเพื่อประโยชน์แห่งการศาสนาและสาธารณประโยชน์ดังนี้ ย่อมมีผลเป็นมูลนิธิตามประมวลกฎหมายแพ่ง ฯ มาตรา ๑๖๗๖ กอปร์ด้วยมาตรา ๘๑ ส่วนโจทก์ในคดีนี้มีกองศาสนาสมบัติซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวกับศาสนาสมบัติรวมอยู่ด้วย เมื่อผู้ตายยกทรัพย์ให้บำรุงศาสนสมบัติที่ชำรุดทรุดโทรม โจทก์ย่อมมีส่วนได้เสียและมีอำนาจฟ้องตามประมวลแพ่ง ฯ มาตรา ๘๔ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาว่าโจทก์ไม่อยู่ในฐานะเป็นผู้มีส่วนได้เสียไม่มีอำนาจฟ้องและพนัยกรรมมิได้กำหนดแน่ว่าทำบุญแก่วัดใดจึงเป็นโมฆะ ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อโจทก์อ้างว่าผู้ตายทำพินัยกรรมสั่งให้จำเลยจำหน่ายทรัพย์มฤดกปฏิสังขรณ์วัดต่าง ๆ ในพระพุทธศาสนาที่ชำรุดทรุดโทรม ซึ่งอยู่ในความทะนุบำรุงของโจทก์ เมื่อจำเลยไม่จัดการให้เป็นไปตามพิ่นัยกรรม โจทก์ก็อยู่ในฐานะที่มีส่วนได้เสีย และมีอำนาจฟ้องขอให้ศาลสั่งถอนจำเลยจากผู้จัดการมฤดกได้ ตามประมวลแพ่ท ฯ มาตรา ๑๗๒๗ ส่วนข้อที่จำเลยคัดค้านว่าพินัยกรรมเป็นโมฆะนั้น จริงอยู่ที่มิได้กำหนดว่าวัดใดจะได้รับการปฏิสังขรณ์ แต่ในพินัยกรรมข้อ ๑(๓) กล่าวว่าให้ทำการกุศลฉะเพาะในพระพุทธศาสนา และข้อ ๓(๑) ตั้งให้จำเลยเป็นผู้จัดการให้เป็นไปตามข้อ ๑(๓) ดังนี้ย่อมแสดงว่าผู้ทำพินัยกรรมมุ่งหมายให้ผู้จัดการเป็นผู้กำหนดวัดหนึ่งวัดใดให้ได้รับการปฏิสังขรณ์ ข้อกำหนดในพินัยกรรมจึงไม่เป็นโมฆะ จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 812/2484 กรมธรรมการ โจทก์ นางสาวบุญเรือง ตั้งตรงจิตต์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - กรมธรรมการ · จำเลย - นางสาวบุญเรือง ตั้งตรงจิตต์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ทิพปัญญา อ. บุปผเวส · อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ · วิเศษ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 453/2521ฎีกา 7706/2548ฎีกา 789/2544ฎีกา 3589/2525ฎีกา 4036-4037/2530ฎีกา 3011/2543ฎีกา 729/2492ฎีกา 1726/2536ฎีกา 2293/2519ฎีกา 2302/2533ฎีกา 1171/2543ฎีกา 903-906/2484ฎีกา 2012/2542ฎีกา 96/2516ฎีกา 2200/2514ฎีกา 4410/2547ฎีกา 5420/2537ฎีกา 1039/2503ฎีกา 1860/2560ฎีกา 2073/2529ฎีกา 767/2498ฎีกา 5628/2538ฎีกา 5353/2539ฎีกา 2841/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา