⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 903-906/2484

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 903-906/2484

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การยกทรัพย์สินให้แก่ผู้เยาว์โดยมีเจตนาให้ผู้เยาว์ได้กรรมสิทธิ์ แม้จะจดทะเบียนเป็น "การขาย" ก็ถือว่าผู้เยาว์ได้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้นทันทีที่จดทะเบียน * เงินค่าเช่าที่ดินและโรงเรือนย่อมเป็นของเจ้าของที่ดิน * เมื่อผู้รับมรดกได้เข้าเป็นผู้ปกครองผู้เยาว์ตามพินัยกรรมแล้ว จะยกอายุความมรดกที่ผู้เยาว์จะพึงมีต่อผู้ตายไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

ผู้รับมฤดกคนหนึ่งได้เข้าเป็นผู้ปกครองเด็กตามพินัยกรรม์ของผู้ตายแล้ว จะยกอายุความมรฤกยันเด็กไม่ได้ เจตนาจะให้ที่ดินที่ลูกหนี้ตีใช้หนี้แก่เด็กจึงให้หลงชื่อเด็กเป็นผู้รับโอนในโฉนดดังนี้ ที่ดินนั้นยอมตกเป็นกรรมสิทธิ์ของเด็กตั้งแต่วันโอน เจตนาจะยกที่ให้แก่เด็ก แต่จดทะเบียนเป็นโอนขายแก่เด็กเด็กก็ย่อมได้กรรมสิทธิ์ ตกลงแลกเปลี่ยนที่ดินกัน ฝ่ายหนึ่งโอนทะเบียนให้ อีกฝ่ายหนึ่งทำหนังสือขายให้แก่คนภายนอกโดยผู้รับแลกเปลี่ยนเป็นผู้รับเงินราคาที่ขายได้นั้น อีกฝ่ายหนึ่งจะฟ้องเรียกเงินที่ขายได้นั้นไม่ได้ เงินค่าเช่าที่ดินและโรงเรือนย่อมเป็นของเจ้าของที่ดิน เด็กอายุ 17 ปี ตายในขณะที่อยู่ในความปกครองของธิดา ส่วนมารดาตายไปก่อนแล้ว มฤดกตกได้แก่บิดาผู้เดียว พี่น้อง ร่วมบิดามารดาไม่มีสิทธิได้รับมฤดก อ้างฎีกาที่ 567/2456 รับเงินของผู้อื่นไว้รักษาและหาผลประโยชน์ เดิมฝากธนาคารไว้ ภายหลังไม่ปรากฎว่าได้ถอนไปหรือได้นำไปหาผลประโยชน์อย่างไร ศาลคิดค่าผลประโยชน์ให้ในอัตราขั้นต่ำที่ฝากธนาคาร เงินรายได้ที่เก็บได้จากทรัพย์ของเด็กนั้น ถ้าเด็กนำสืบไม่ได้ว่าผู้ปกครองใดได้เท่าใดแล้ว ศาลไม่คิดค่าผลประโยชน์ให้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.118 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.136 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.162 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.172 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.456 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.518 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.523 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.525 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.657 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1336 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1556 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1569 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1573 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1687 พระราชบัญญัติออกโฉนดที่ดิน ร.ศ.127 ม.35 พระราชบัญญัติออกโฉนดที่ดิน ร.ศ.127 ม.39

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงและตัดสินในข้อกฎหมายดังนี้ ๑. ฟังว่าโจทก์สำนวนที่ ๑,๓ เป็นโอรสกรมพระจันทบุรี ฯ เกิดจากหม่อมอื่นกรมพระจันทบุรี ฯ ทำพินัยกรรมให้โอรสธิดาทั้งหมดอยู่ในความปกครองของหม่อมเจ้าอักษรสมาน เมื่อกรมพระจันทบุรี ฯ สิ้นพระชนม์แล้ว หม่อมเจ้าอัยษรสมานก็ปกครองโจทก์ ศาลฎีกาจึงเห็นพ้องด้วยศาลล่างว่า หม่อมเจ้าอัยษรสมานเป็นผู้ปกครองของโจทก์สำนวนที่ ๑,๓ จึงเห็นว่าจำเลยจะยกอายุความขึ้นตัดฟ้องโจทก์ผู้อยู่ในความปกครองไม่ได้ ๒. เรื่องที่น่าเกี่ยวแก่โจทก์สำนวนที่ ๑ ฟังว่า เดิมเป็นของหม่อมเจ้าบรรสารสนิทได้โอนตีใช้หนี้หม่อมเจ้าอัยษรสมาน ๆ ได้ส่งชื่อโจทก์ในสำนวนที่ ๑ กับโอรส ธิดาอื่นในโฉนดโดยหม่อมเจ้าอัยษรสมานเจตนายกที่ให้แก่ผู้มีชื่อในโฉนด ศาลฎีกาจึงเห็นว่ากรรมสิทธิ์ที่ดินย่อมโอนจากเจ้าของเดิมมาเป็นของผู้มีชื่อในโฉนดตั้งแต่วันจดทะเบียนตามพระราชบัญญัติออกโฉนดที่ดิน ร.ศ. ๑๒๗ มาตรา ๓๕,๓๙ เงินค่าเช่านาที่ได้ภายหลังวันโอนจึงเป็นของผู้มีชื่อในโฉนด ๓. เงินมฤดกของหม่อมเจ้าพรพิพัฒน์ซึ่งเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาของโจทก์สำนวนที่ ๒,๓ นั้น ได้ความว่าหม่อมเจ้าพรพิพัฒน์สิ้นชีพเมื่ออายุ ๑๗ ปี ยังอยู่ในความปกครองของกรมพระจันทบุรี ฯ ผู้เป็นบิดา มฤดกจึงตกได้แก่กรมพระจันทบุรี ฯ ผู้เดียวตามลักษณมฤดกบทที่ ๒๐ พระราชบัญญัติแก้ไข ลักษณมฤดก ร.ศ.๑๒๑ ไม่ลบล้างกฎหมาย ลักษณมฤดกบทที่ ๒๐ ๔. โรงเรือนที่ตรอกสาเกเกี่ยวกับโจทก์สำนวนที่ ๓ นั้นฟังว่า หม่อมเจ้าอัยษรสมานทำนิติกรรมจดทะเบียนขายให้แก่โจทก์โดยเจตนาจะให้ที่รายนี้แก่โจทก์ ศาลฎีกาเห็นว่าแม้ความจริงเป็นยกให้ โจทก์ก็ย่อมได้กรรมสิทธิ์ตั้งแต่วันจดทะเบียน ค่าเช่าจากโรงเรือนจึงเป็นของโจทก์ ศาลฎีกาให้หักค่าไฟฟ้าและค่าซ่อมเแซมจากค่าเช่า ค่าเช่าเหลือเท่าใดให้จำเลยใช้ แต่เห็นว่าโจทก์จะเรียกเงินผลประโยชน์ไม่ได้เพราะไม่ได้นำสืบว่า ผู้รักษาเงินเอาไปทำผลประโยชน์อย่างไรได้เท่าใด ๕. เงินที่กรมพระจันทบุรี ฯ รับพระราชทานมารักษาและหาผลประโยชน์แทน โจทก์สำนวนที่ ๒ หมื่นบาท ซื้อแชร์ให้โจทก์เสีย ๒๑๕๐ บาท เหลือนอกนั้นฝากธนาคารได้ดอกเบี้ยร้อยละ ๓ กึ่งถึงร้อยละ ๔ ต่อจากนั้นจะมีการถอนจากธนาคารอย่างไรไม่ปรากฎ แต่ปรากฎว่าเงินรายอื่น ๆ หม่อมเจ้าอัยษรสมานนำไปหาผลประโยชน์ร้อยละ ๗ กึ่งต่อปีขึ้นไป ศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อกรมพระจันทบุรี ฯ สิ้นพระชนม์แล้ว หม่อมเจ้าอัยษรสมานพูดกับโจทก์ถึงเงินรายนี้ โจทก์ทูลให้เอาไว้หาผลประโยชน์ต่อไป และเมื่อหม่อมเจ้าอัยษรสมานสิ้นชีพแล้ว ผู้รับมฤดกคนหนึ่งซึ่งเป็นผู้จัดการมฤดกได้มีหนังสือรับรองหนี้ต่อโจทก์ จำเลยจึงยกอายุความมาตัดฟ้องไม่ได้ และศาลฎีกาเห็นว่าควรคิดค่าผลประโยชน์ให้โจทก์ร้อยละ ๓ กึ่งในอัตราอย่างต่ำที่ฝากธนาคารตั้งแต่วันที่กรมพระจันทบุรี ฯ รับมา ๖. เงินค่าขายที่บ้านถนนสาธรเกี่ยวกับโจทก์สำนวนที่ ๒ ฟังว่าหม่อมเจ้าอัยษรสมานลงชื่อโจทก์เป็นผู้รับจำนองแล้วหลุดเป็นสิทธิแก่โจทก์ภายหลังเก็บค่าเช่าไม่ค่อยได้ โจทก์ถวายคืน หม่อมเจ้าอัยษรสมานจึงโอนที่หัวลำโพงให้แทนโดยใส่ชื่อเป็นเจ้าของร่วมกับผู้อื่น โดยที่หัวลำโพงมีราคามาก แต่ที่ถนนสาธรนั้นไม่ได้โอนคืนมายังหม่อมเจ้าอัยษรสมาน ๆ ได้จัดการโอนขายตรงไปยังผู้ซื้อทีเดียวเพื่อให้เสียค่าธรรมเนียมน้อย ศาลฎีกาจึงเห็นว่าโจทก์ฟ้องเรียกเงินรายนี้ไม่ได้ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 903 - 906/2484 หม่อมละเมียด กิติยากรณ์อยุธยา มารดาในฐานะเป็นผู้ปกครองหม่อมเจ้าหญิง กิติปิยาผู้เยาว์ โจทก์ หม่อมเจ้านักขัตมงคล กิติยากร กับพวก จำเลย หม่อมเจ้าหญิงพัฒนคณนา ไชยันต์ โจทก์ หม่อมเจ้านักขัตมงคล กิติยากรกับพวก จำเลย หม่อมเจ้าหญิงกิติมติ กิติยากร โจทก์

รายละเอียดคดี

คู่ความมารดาในฐานะเป็นผู้ปกครองหม่อมเจ้าหญิง - หม่อมละเมียด กิติยากรณ์อยุธยา · โจทก์ - กิติปิยาผู้เยาว์ · จำเลย - หม่อมเจ้านักขัตมงคล กิติยากร กับพวก · โจทก์ - หม่อมเจ้าหญิงพัฒนคณนา ไชยันต์ · จำเลย - หม่อมเจ้านักขัตมงคล กิติยากรกับพวก · โจทก์ - หม่อมเจ้าหญิงกิติมติ กิติยากร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิเศษ · อิศรภักดีธรรมวิเทต · ทิพปัญญา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - พระยา+ · ศาลอุทธรณ์ - พระยาธรรมบัณฑิตฯ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1730/2520ฎีกา 17393/2555ฎีกา 451/2491ฎีกา 3375/2532ฎีกา 2749/2538ฎีกา 2694/2535ฎีกา 1862/2518ฎีกา 170/2497ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 5317/2538ฎีกา 231/2482ฎีกา 464/2497ฎีกา 4015/2528ฎีกา 7662/2546ฎีกา 5640/2540ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1052/2509ฎีกา 2026/2494ฎีกา 2460/2517ฎีกา 967/2491ฎีกา 359/2521ฎีกา 3649/2525ฎีกา 8364/2544ฎีกา 2207/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา