คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5353/2539
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การดำเนินกระบวนพิจารณาของคู่ความร่วมคนหนึ่ง เมื่อกระทำไปแล้ว ย่อมถือว่าได้กระทำแทนคู่ความอื่นร่วมด้วย.
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสิบเอ็ดร่วมกันละเมิดต่อโจทก์ ขอให้ร่วมกันรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ซึ่งมูลความแห่งคดีเป็นการชำระหนี้ไม่อาจแบ่งแยกได้ แม้จำเลยที่ 4 ที่ 8 และที่ 9 จะไม่ได้ยกอายุความขึ้นต่อสู้ และจำเลยอื่นมิได้ยื่นคำร้องให้ศาลชี้ขาดเบื้องต้นในปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวก็ได้รับประโยชน์จากข้อต่อสู้และคำร้องขอชี้ขาดเบื้องต้นในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยที่ 3 และที่ 7ด้วย โดยถือการดำเนินกระบวนพิจารณาของคู่ความร่วมคนหนึ่งเมื่อกระทำไปแล้วย่อมถือว่าได้กระทำแทนคู่ความอื่นร่วมด้วยตาม ป.วิ.พ. มาตรา 59 (1)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - กรมตำรวจ · จำเลย - พลตำรวจโทเฉลิม โรจนประดิษฐ์ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมคิด ไตรโสรัส · พรชัย สมรรถเวช · สถิตย์ ไพเราะ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายปราโมทย์ พิพัทธ์ปราโมทย์ · ศาลอุทธรณ์ - นายจรูญวิทย์ ทองสอน |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา