⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1039/2503

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1039/2503

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้งดสืบพยานของคู่ความ เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาที่ไม่อาจอุทธรณ์ได้ทันที

ย่อคำพิพากษา

คำสั่งของศาลชั้นต้นในเรื่องให้งดสืบพยานของคู่ความ เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา ไม่ใช่คำสั่งพิจารณาปัญหาข้อกฎหมายชี้ขาดเบื้องต้น กรณีจึงไม่เข้าข้อยกเว้นที่จะอุทธรณ์คำสั่งได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.24 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.86 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.226 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.228

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ โจทก์ฟ้องขอให้ศาลบังคับจำเลยให้โอนหุ้นให้แก่โจทก์ที่ ๒ ถ้าไม่ปฏิบัติตามก็ขอให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาของจำเลย และให้จำเลยที่ ๑ ใช้เงิน ๑๔๕, ๑๒๕ บาท กับดอกเบี้ย จำเลยทั้งสองให้การว่า ฟ้องของโจทก์ เป็นฟ้องซ้ำและขาดอายุความกับต่อสู้คดีปฏิเสธว่า ไม่ได้เป็นลูกหนี้โจทก์ และฟ้องแย้ง ให้บังคับโจทก์ชำระเงิน ค่าหุ้นแกจำเลย ศาลแพ่ง ได้ชี้สองสถาน โดยกำหนดประเด็นหน้าที่นำสืบให้โจทก์เป็นผู้นำสืบก่อน โจทก์ยื่นคำร้องขอให้เปลี่ยนหน้าที่นำสืบโดยให้จำเลยนำสืบก่อน ศาลนัดมาพร้อมกัน และสอบถามคู่ความแล้วมีคำสั่งว่า ที่ให้โจทก์นำสืบก่อนนั้น ไม่จำเป็นต้องสืบ จึงให้งดสืบพยานโจทก์นั้นเสีย ให้จำเลยมีหน้าที่นำสืบตามฟ้องแย้ง แล้วให้โจทก์สืบแก้ จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกอุทธรณ์ของจำเลย จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า คำสั่งศาลแพ่งที่ให้งดสืบพยานโจทก์นั้น เห็นได้ว่า เป็นเรื่องศาลแพ่งสั่งงดสืบพนายในประเด็นข้อ ๑ และ ๒ หาใช่เป็นการสั่งเปลี่ยนหน้าที่นำสืบไม่ การสั่งเช่นนี้ ศาลสั่งได้โดยอาศัยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๘๖ วรรค ๒ ไม่ใช่เป็นการสั่งตามมาตรา ๒๔ เพราะไม่ใช่เป็นการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายอันเป็นประเด็นในคดี การที่ศาลชั้นต้นอ้างว่า เพราะคู่ความรับข้อเท็จจริงกันแล้วก็ดี มีคำพิพากษาในคดีเรื่องอื่นอยู่แล้วก็ดี ก็เป็นแค่เพียงเหตุผลที่ศาลสั่งงดสืบพยาน หายังถึงขั้นวินิจฉัยในตัวประเด็นไม่ กรณีจึงไม่เข้าข้อยกเว้นอันคู่ความจะอุทธรณ์คำสั่งได้ในบัดนี้ ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๘ (๓) ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าคำสั่งของศาลแพ่ง ในเรื่องหน้าที่นำสืบนี้เป็นคำสั่งในระหว่างพิจารณาต้องห้ามอุทธรณ์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๖ นั้น ชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1039/2503 บริษัท สหสันต์ จำกัด ที่ 1 นายเติม ทวีแสงศิริ ที่ 2 โจทก์ นายเอ็กคุ้น แซ่เฮ้า ที่ 1 นางบักเอง แซ่โก ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความ1 - บริษัท สหสันต์ จำกัด ที่ · โจทก์ - นายเติม ทวีแสงศิริ ที่ 2 · 1 - นายเอ็กคุ้น แซ่เฮ้า ที่ · จำเลย - นางบักเอง แซ่โก ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชวน สิงหลกะ · การุณย์นราทร · อนุสสรนิติสาร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายลออง จุลกะเศียณ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงพิชิตปฏิภาณ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4359/2540ฎีกา 1679/2540ฎีกา 3007/2525ฎีกา 1195/2535ฎีกา 1247/2510ฎีกา 789/2544ฎีกา 4335/2539ฎีกา 3589/2525ฎีกา 1360/2544ฎีกา 7927/2538ฎีกา 1603/2551ฎีกา 3474/2538ฎีกา 1196/2513ฎีกา 1733/2498ฎีกา 5438/2537ฎีกา 1068/2522ฎีกา 3005/2541ฎีกา 801/2515ฎีกา 3790-3792/2540ฎีกา 1333/2531ฎีกา 174/2520ฎีกา 89/2502ฎีกา 1171/2543ฎีกา 582/2510
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา