⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 30/2494

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 30/2494

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ฟ้องที่บรรยายข้อเท็จจริงขัดแย้งกันในตัวเอง ทำให้จำเลยไม่สามารถเข้าใจข้อหาได้โดยชัดแจ้ง เป็นฟ้องที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ศาลจะรับไว้พิจารณาไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

ฟ้องหาว่า จำเลยกระทำผิดฐานยักยอกหรือลักทรัพย์โดยบรรยายฟ้องในตอนต้นกล่าวหาว่า จำเลยรับมอบทรัพย์แล้ยักยอกทรัพย์ แต่ตอนหลังกลับกล่าวหาว่าจำเลยลักทรัพย์แล้วอ้างบทมาตราขอให้ลงโทษทั้งความผิดฐานลักทรัพย์แลยักยอก ดังนี้ เป็นฟ้องที่ขัดแย้งกันอยู่ในตัว ทำให้จำเลยเข้าใจข้อหาไม่ได้ว่าข้อเท็จจริงตามฟ้องเป็นอย่างไรแน่ และจำเลยต้องหาว่าได้กระทำการอย่างใดแน่ อันจะเป็นความผิดฐานยักยอกหรือลักทรัพย์ คำฟ้องเช่นนี้จึงเป็นฟ้องที่ไม่ถูกต้องตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา 158( 5 ) วรรคแรก ศาลจะรับไว้พิจารณาเอาโทษจำเลยมิได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.288 กฎหมายลักษณะอาญา ม.314 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยกระทำผิดฐานยักยอกหรือลักทรัพย์ โดยบรรยายฟ้องว่า " นายชิต ดำรงรัตน์ได้มอบหมายให้นายพรจำเลยเป็นผู้ดูแลรักษรหนังโค ๖ ผืน...ครั้นจำเลยทั้งหมดบังอาจสมคบกันเอาหนังโคดังกล่าวไปโดยการทุจริต ทั้งนี้โดยจำเลยที่ ๒ - ๓ - ๔ สมคบกับจำเลยที่ ๑ มีเจตนาทุจริต เบียดบังเอาทรัพย์ที่จำเลยที่ ๑ ได้รับมอบหมายดังกล่าวข้างต้นไปเป็นประโยชน์ส่วนตัวเสียหรือมิฉะนั้น จำเลยที่ ๒ - ๓ ๔ ได้บังอาจสมคบกับจำเลยที่ ๑ เอาทรัพย์รายนี้ไป โดยเจ้าทรัพย์ได้อนุญาตและโดยการทุจริต..." ขอให้ลงโทษตาม ก.ม. ลักษณะอาญามาตรา ๓๑๔, ๒๘๘, ๒๙๓, จำเลยปฎิเสธแลต่อสู้ว่า ฟ้องเคลือบคลุม ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม พิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทย์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ฟ้องตอนแรกกล่าวหาเป็นลักษณ ๓๗ ผิดฐานยักยอกตามมาตรา ๓๑๔ และอ้างมาตรา ๓๑๔ มาลงโทษ+ ลงโทษ แต่ฟ้องตอนหลังกลับกล่าวเป็นลักษณะความผิดฐานลักทรัพย์ตามมาตรา ๒๘๘ และอ้างมาตรา ๒๘๘ มาเป็นบทลงโทษฟ้องดังนี้จึงขัดแย้งกันในตัวเองทำให้จำเลยเข้าใจข้อหาไม่ได้ว่าข้อเท็จจริงตามฟ้องเป็นอย่างไรแน่ และจำเลยต้องหาว่าได้กระทำการอย่างไรแน่ อันจะเป็นความผิดฐานยักยอกหรือลักทรัพย์ จึงเป็นฟ้องที่ไม่ถูกต้องตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา ๑๕๘ ( ๕ ) วรรคแรก จะรับไว้พิจารณาเอาโทษจำเลยมิได้ จึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 30/2494 อัยการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โจทก์ นายพร สูงสุด ที่ 1, นายพงษ์ พจน์ที่ 2 นางพวง ศรจิตติ ที่ 3, น.ส.ริ้ว พิฒิอุทธ์ที่ 4 โจทก์

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา · พิฒิอุทธ์ที่ - นายพร สูงสุด ที่ 1, นายพงษ์ พจน์ที่ 2 นางพวง ศรจิตติ ที่ 3, น.ส.ริ้ว · โจทก์ - 4
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มนูกิจวิมลอรรถ · นาถปรีชา · สัญญา ธรรมศักดิ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายไพฑูรย์ พันธ์ฟัก · ศาลอุทธรณ์ - หลวงอรรถพิศาลโสภณ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 1146/2526ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1795/2493ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 235/2499ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 884/2484ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 3864/2546ฎีกา 514/2486ฎีกา 2747/2529ฎีกา 5702/2533ฎีกา 1857/2492
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา