⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 68/2494

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 68/2494

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้รับมอบทรัพย์สินไปเพื่อขาย มีฐานะเป็นตัวแทนของผู้มอบ หากยักยอกเงินที่ได้จากการขายทรัพย์สินนั้นไปโดยทุจริต ถือเป็นความผิดฐานยักยอกในทางอาญา

ย่อคำพิพากษา

ฟ้องว่าจำเลยได้รับมอบแหวนเพ็ชรของผู้เสียหายไป 1 วง โดยจำเลยรับว่าจะเอาไปขายให้ ถ้าขายไม่ได้ก็จะเอามาคืนให้ ครั้นแล้วจำเลยได้มีเจตนาทุจริตเบียดบังยักยอกแหวนเพ็ชรหรือเงินค่าแหวนนั้นเป็นประโยชน์ส่วนตัวเสีย ดังนี้เป็นฟ้องที่จำเลยสามารถเข้าใจข้อหาได้ดี จำเลยย่อมรู้สึกอยุ่แก่ตนว่า ยักยอกแหวนหรือยักยอกเงินค่าแหวนที่ขายได้ไม่เป็นฟ้องที่เคลือบคลุม รับแหวนของเขาไปเพื่อจะนำไปขายตามคำสั่งขอผู้มอบหมายนั้น ผู้รับมอบมีฐานะเป็นตัวแทน ฉะนั้นเมื่อได้รับเงินค่าขายแหวนไว้ ก็หมายความว่ารับไว้ในฐานเป็นตัวแทนเขาด้วย และมีหน้าที่จะต้องนำส่งเงินนี้แก่ผู้มอบหมาย ถ้ายักยอกเอาเงินนี้ไว้เสียโดยทุจริต ก็เป็นความผิดฐานยักยอกในทางอาญา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.314 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าเมื่อวันที่ ๑๔ มีนาคม ๒๔๙๒ เวลากลางวันจำเลยได้รับมอบแหวนเพ็ชร ๑ วงราคา ๓๘๐๐ บาท ของนางจันทรดี ไว้โดยจำเลยรับจะเอาไปขายให้ ถ้าขายแหวนดั่งกล่าวแล้วไม่ได้ ก็จะเอามาคืนให้ ในระหว่างวันดังกล่าวถึงวันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๔๙๒ จำเลยมีเจตนาทุจริตเบียดบังยักยอกแหวนเพ็ชรหรือเงิน ๓๘๐๐ บาทนั้นเป็นประโยชน์ส่วนตนเสีย หรือมิฉะนั้นในวันที่ ๑๔ มีนาคม ๒๔๙๒ เวลากลางวัน จำเลยมีเจตนาทุจริตใช้อุบายหลอกลวงเอาแหวนเพ็ชรนี้ไป ขอให้ลงโทษจำเลยฐานฉ้อโกงและยักยอก ศาลชั้นต้นเห็นว่า ความผิดฐานฉ้อโกงโจทก์ไม่มีพยานแสดงว่า จำเลยใช้อุบายหลอกลวงเท็จมาแต่แรก ข้อหาฐานนี้จึงตกไป ส่วนข้อหาฐานยักยอกถือว่าฟ้องเคลือบคลุมตามฎีกาที่ ๑๒๖/๒๔๙๒ จึงพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ลงโทษจำเลยตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ตามฟ้องของโจทก์กล่าวหาในฐานยักยอกทรัพย์นั้น ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม จำเลยสามารถจะเข้สใจข้อหาได้ดี จำเลยย่อมรุ้สึกอยู่แก่ตนว่า ยักยอกแหวนของเขาหรือยักยอกเงินค่าแหวนที่ขายได้ การที่จำเลยรับแหวนไปจากผู้เสียหาย เพื่อจะนำเอาไปขายตามคำสั่งของผู้เสียหาย ผู้มอบหมายนั้น จำเลยมีฐานะเป็นตัวแทนของผู้เสียหาย เมื่อจำเลยได้รับเงืนค่าขายแหวนไว้ก็หมายความว่ารับไว้ในฐานะเป็นตัวแทนผู้เสียหาย เงินที่จำเลยรับไว้นั้นเป็นเงินของผู้เสียหายมีผลเสมือนหนึ่งผู้เสียหายได้มอบหมายเงินนั้นไว้แก่จำเลย เพราะเงินค่าแหวนก็คือแทนแหวนนั้นนั่นเอง จำเลยมีหน้าที่จะต้องนำส่งให้แก่ผู้เสียหายตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา ๘๑๐ ถ้าจำเลยเบียดบังเงินตามจำนวนที่เจ้าทรัพย์กำหนดสั่งไว้นั้น เอาเป็นประโยชน์ตนหรือคนอื่นโดยทางทุจริต ก็เป็นความผิดฐานยักยอกในทางอาญาได้อีกสถานหนึ่งนอกจากผิดสัญญาในทางแพ่ง ส่วนข้อเท็จจริง ฟังว่าจำเลยมีเจตนาทุจริตยักยอกแหวนของเจ้าทรัพย์ไปจริง จึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 68/2494 อัยการเชียงใหม่ โจทก์ นางวิไล อุดมชัย ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการเชียงใหม่ · ล. - นางวิไล อุดมชัย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 1146/2526ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1795/2493ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 884/2484ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 3864/2546ฎีกา 514/2486ฎีกา 2747/2529ฎีกา 5702/2533ฎีกา 1857/2492ฎีกา 3577/2551
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา