⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1158/2495

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1158/2495

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การครอบครองปรปักษ์จะเกิดขึ้นได้ ต้องเป็นการครอบครองโดยความสงบและเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันมาเป็นระยะเวลาตามกฎหมาย หากการครอบครองนั้นเกิดขึ้นในระหว่างที่มีการฟ้องคดีต่อสู้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้นอยู่ จะฟังว่าเป็นการครอบครองโดยความสงบและเปิดเผยไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์จำเลยเป็นความกันในศาลแย่งกรรมสิทธิที่ดินกันมาครั้งหนึ่งแล้วในระหว่างพิจารณาคดีก่อนนั้นต่างก็แย่งกันเข้าทำนารายพิพาทถึงกับจะเกิดวิวาทกัน จนทั้ง 2 ฝ่ายต่างขอความคุ้มครอง ขอให้ศาลเรียกมาประมูลทำนารายนี้ แต่ศาลไม่อนุญาตในที่สุดโจทก์ได้เข้าทำนาพิพาทบางส่วน ดังนี้ เป็นพฤติการณ์ที่แสดงให้เห็นได้ว่าในระหว่างคดีก่อนนั้น โจทก์ได้พยายามเข้าครอบครองเพื่อเอาที่พิพาทคืนอยู่เสมอมา หากแต่จำเลยไม่ยอมคืนให้ฉะนั้น จะฟังว่าจำเลยได้ครอบครองที่พิพาทไว้ โดยความสงบและเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันมาโดยนับเวลา ในระหว่างที่เป็นความกันในคดีก่อนดังกล่าวแล้ว เข้าด้วยไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1382

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

เนื่องจากจำเลยฟ้องโจทก์ว่า โจทก์ขายที่พิพาทให้จำเลยๆครอบครองมากว่า ๑๐ ปีแล้ว ขอให้ศาลแสดงกรรมสิทธิ แต่ศาลพิพากษายกฟ้อง โดยวินิจฉัยว่าจำเลยครอบครองยังไม่ถึง ๑๐ ปี ยังไม่ได้กรรมสิทธิ++ โจทก์จึงมาฟ้องเป็นคดีนี้ ขอให้ขับไล่จำเลยออกจากที่พิพาท จำเลยต่อสู้ว่า ครอบครองปรปักษ์มาจนถึงวันฟ้องคดีนี้เป็นเวลาเกิน ๑๐ ปีแล้ว ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยออกจากที่พิพาท และศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกา เห็นว่า ในคดีก่อนนั้น นอกจากโจทก์จำเลยจะโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิในที่พิพาทกันแล้ว ยังได้ความว่าในระหว่างพิจารณาคดีนั้น โจทก์จำเลยต่างแย่งกันเข้าทำนารายพิพาทรายนี้ ถึงกับจะเกิดวิวาทกัน จนทั้งโจทก์และจำเลยต่างขอความคุ้มครองขอให้ศาลเรียกมาประมูลการทำนารายนี้ใน พ.ศ.๒๔๙๑ แต่ศาลไม่อนุญาต ในที่สุดปรากฎว่า โจทก์ได้เข้าทำนาพิพาทบางส่วน และในชั้นอุทธรณ์โจทก์ยังได้ขอทุเลาการบังคับเพื่อเก็บเกี่ยวข้าวที่ตนทำในที่พิพาทนั้นด้วย พฤติการณ์แสดงให้เห็นได้ว่าในระหว่างคดีนั้นโจทก์ได้พยายามเข้าครอบครองเพื่อเอาที่พิพาทคืนอยู่ เสมอมา หากแต่จำเลยไม่ยอมคืนให้ ฉะนั้นจะถือว่าในระหว่างเวลาดังกล่าวนั้นจำเลยได้ครอบครองที่พิพาทโดยความสงบ อันจะนับรวมเข้าเป็นการครอบครองเพื่อให้ได้กรรมสิทธิ หาได้ไม่ หรืออีกนัยหนึ่ง จะฟังว่า จำเลยได้ครอบครองที่พิพาทของโจทก์ไว้โดยความสงบและเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันมาจนถึงฟ้องคดีนี้เป็นเวลาถึง ๑๐ ปี ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๓๘๒ นั้นไม่ได้ ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น จึง พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1158/2495 นายเลิศ วงษ์หมื่นราม โจทก์ นางปี หรือ จำปี ยงพฤกษา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเลิศ วงษ์หมื่นราม · จำเลย - นางปี หรือ จำปี ยงพฤกษา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุลยการณ์โกวิท · ประมูล สุวรรณศร · ดุลยการณ์โกวิท
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา - หลวงวิจิตรเนติศาสตร์ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงยุติศาสตร์โกศล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 726/2493ฎีกา 1589/2567ฎีกา 3375/2532ฎีกา 472/2526ฎีกา 9788/2553ฎีกา 2675/2527ฎีกา 945/2537ฎีกา 5473/2548ฎีกา 759/2494ฎีกา 1219-1222/2526ฎีกา 1564/2529ฎีกา 231/2482ฎีกา 1280/2492ฎีกา 955/2535ฎีกา 472/2513ฎีกา 107/2493ฎีกา 1368/2510ฎีกา 529/2497ฎีกา 4415/2528ฎีกา 383/2490ฎีกา 3081/2527ฎีกา 781/2538ฎีกา 4258/2541ฎีกา 1539/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา