คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 315/2495
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
พนักงานเจ้าหน้าที่ที่คณะกรรมการป้องกันการค้ากำไรเกินควรแต่งตั้งขึ้น มีอำนาจเพียงปฏิบัติการแทนคณะกรรมการเท่านั้น ไม่มีอำนาจกำหนดราคาสูงสุดของการขายส่งหรือขายปลีกสิ่งของที่ห้ามมิให้ค้ากำไรเกินควร
ย่อคำพิพากษา
พนักงานเจ้าหน้าที่ ที่คณะกรรมการป้องกันการค้ากำไรเกินควร แต่ตั้งขึ้นตามมาตรา 10 แห่งพ.ร.บ.ป้องกันการค้ากำไรเกินควรนั้น มีอำนาจเพียงเพื่อปฏิบัติการ อันอยู่ในอำนาจของคณะกรรมการ
แทนคณะกรรมการเท่านั้น หามีอำนาจกำหนดราคาสูงสุดของการขายส่งหรือขายปลีกสิ่งของที่ห้ามมิให้ค้ากำไนเกินควรไป เพราะอำนาจเช่นว่านี้ กฎหมายให้อยู่ในอำนาจของคณะกรรมการที่จะ "สั่งการ" ได้ตามที่เป็นสมควรตามความในมาตรา 8(1)
(อ้างถึงฎีกาที่ 216/2494)
ผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ซึ่งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ที่คณะกรรมการป้องกันการค้ากำไรเกินควรแต่งตั้งขึ้น ได้ออกประกาศกำหนดราคาสูงสุดของเนื้อสุกรชำแหละ โดยห้ามมิให้ผู้ใดขายปลีกเนื้อสุกรชำแหละในเขตจังหวัดพระนครธนบุรี เกินกว่าราคาที่กำหนดไว้ ดังนี้ ประกาศดังกล่าวจึงหาผลบังคับถึงจะเอาความผิดเป็นโทษอาญาแก่ผู้ที่ฝ่าฝืนประกาศนั้นไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยขายปลีกเนื้อสุกรให้แก่นายใบ พวงพยอม ๑ กิโลกรัมราคา ๘ บาท เกินราคมสูงสุดที่ประกาศกำหนดไว้ ๒ บาท ขอให้ลงโทษตาม พ.ร.บ.ป้องกันการค้ากำไรเกินควร พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๘, ๑๗, ๑๘
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ พิพากษาลงโทษจำเลยตามฟ้องของโจทก์
จำเลยฎีกาข้อกฎหมายว่า ผู้อำนวยการทหารผ่านศึกไม่มีอำนาจออกประกาศกำหนดราคาสูงสุดของเนื้อสุกรได้เอง จำเลยจึงไม่มีผิด
ศาลฎีกาปรึกาษาคดีแล้ว ตามฟ้องของโจทก์กล่าวหาว่า จำเลยฝ่าฝืนประกาศของผู้อำนวยการองค์การสงเคราะ์ทหารผ่านศึก ซึ่งได้ออกประกาศในฐานะเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ของคณะกรรมการส่วนจังหวัดป้องกันการค้ากำไรเกินควร จังหวัดพระนคร ซึ่งมิใช่เป็นการฝ่าฝืนประกาศของคณะกรรมการป้องกันการค้ากำไรเกินควรจังหวัดพระนครเอง
ปัญหาจึงมีว่า ผู้อำนวยการองค์การทหารผ่านศึกในฐานะเป็นเจ้าหน้าที่ของกรรมการส่วนจังหวัดป้องกันการค้ากำไรเกินควรฯ จะอาศํยอำนาจตามมาตรา ๑๐ กำหนดราคาสูงสุดของเนื้อสุกรชำแหละตามมาตรา ๘(๑) ได้หรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า การกำหนดราคาสูงสุดของการขายส่งหรือขายปลีกสิ่งของที่ห้ามมิให้ค้ากำไรเกินควรนั้น กฎหมายให้อยู่ในอำนาจของคณะกรรมการที่จะ "สั่งการ" ได้ตามที่เห็นกสมควรตามความในมาตรา ๘ (๑) ส่วนมาตรา ๑๐ เป็นเรื่องที่คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งบุคคลใดเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ เพื่อปฏิบัติการ อันอยู่ในอำนาจของคณะกรรมการแทนคณะกรรมการได้เท่านั้น มาตรา ๑๐ หามีบทให้คณะกรรมการมีอำนาจมอบหมายอำนาจและหน้าที่ ที่กฎหมายให้แกคณะ่กรรมการให้ผู้อื่นโดยสิ้นเชิงไม่ ฉะนั้นประกาศของผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกในเรื่องนี้ จึงหามีผลบังคับอันถึงจะเอาความผิดเป็นโทษอาญาแก่ผู้ที่ฝ่าฝืนประกาศนั้นไม่
จึงพิพากษากลับคำพิพากษาศาลล่าง ให้ยกฟ้อง
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 315/2495
อัยการมีนบุรี โจทก์
นายสุข แซ่โง้ว จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการมีนบุรี · จำเลย - นายสุข แซ่โง้ว |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประวัติ ปัตตพงศ์ · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · นาถปริญญา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดมีนบุรี - นายเช้า เฉลิมช่วง · ศาลอุทธรณ์ - หลวงเจริญฤทธิศาสตร์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา