คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6-8/2495
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้รับจำนองที่ได้สิทธิมาโดยสุจริต เสียค่าตอบแทน และจดทะเบียนโดยสุจริต ย่อมได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย แม้ภายหลังนิติกรรมการซื้อขายที่ดินจะถูกเพิกถอน ผู้รับจำนองก็ไม่ต้องรับผิดตามคำพิพากษาที่ตนมิได้เป็นคู่ความ.
ย่อคำพิพากษา
ผู้มีชื่อในโฉนดขายที่ดินนั้นให้แก่ผู้อื่น แล้วผู้อื่นไปจำนองไว้กับผู้รับจำนองโดยการจำนองนั้น กระทำกันโดยสุจริตเสียค่าตอบแทนทั้งได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริตดังนี้ แม้ต่อมามีผู้ร้องมาฟ้องผู้มีชื่อในโฉนดกับผู้จำนอง จนศาลพิพากษาให้เพิกถอนนิติกรรมการซื้อขายและจำนอง กับแสดงว่าผู้ร้องมีสิทธิหรือกรรมสิทธิ์เป็นเจ้าของในทางครอบครองที่ดินนี้ ก็ตามเมื่อผู้ร้องยังมิได้จดทะเบียนสิทธิไว้แต่อย่างใดแล้ว ผู้ร้องก็ย่อมจะยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ผู้รับจำนองผู้ได้สิทธิมาโดยเสียค่าตอบแทนโดยสุจริตและได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริตไม่ได้ และคำพิพากษาดังกล่าวผู้รับจำนองมิได้เป็นคู่ความด้วย คำพิพากษานั้นจึงไม่ผูกพันผู้รับจำนอง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเวช เปรมสมาน ที่ 1 นางเสงี่ยม เปรมสมาน ที่ 2 · โจทก์ - ผู้ร้องขัดทรัพย์ · โจทก์ - นางเยื้อน พึ่งเอี่ยม · จำเลย - นายแดง แจ้งสว่าง ที่ 1 นายเรือง ละสอน ที่ 2 · โจทก์ - นายเวช เปรมสมาน ที่ 1 นางเสงี่ยม เปรมสมาน ที่ 2 · โจทก์ - ผู้ร้องขัดทรัพย์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ · ประมูล สุวรรณศร · มนูกิจวิมลอรรถ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา