คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1274/2496
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่เกิดจากการป้องกันโดยทันควันต่อภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย หากการป้องกันนั้นพอสมควรแก่เหตุแล้ว ไม่ถือเป็นความผิด
ย่อคำพิพากษา
ผู้ตายมีความพยาบาทดักซุ่มทำร้ายจำเลย พอจำเลยกลับจากธุระเดินผ่านไป ผู้ตายเอาก้อนหินขว้างถูกคิ้วจำเลยแตกแล้วใช้มีดแทงจำเลยถูกแขนขวา 3 แผล และหน้าอกตรงราวนมขวาใกล้รักแร้ 1 แผล จำเลยเตะขาผู้ตายแล้วชกถูกแขนผู้ตายมีดหลุดจากมือผู้ตาย จำเลยแย่งมีดมาได้ ผู้ตายกระโดดเข้ากอดปล้ำจำเลย จำเลยจึงใช้มีดแทงผู้ตาย แล้วผู้ตายปล่อยมือที่กอด แล้วล้มลงจำเลยก็ออกวิ่งไปขอความช่วยเหลือเพื่อนบ้าน ผู้ตายขาดใจตายอยู่ตรงนั้นในเวลาไล่ ๆ กันนั้นด้วยพิษบาดแผลที่ถูกจำเลยแทงรวม 5 แผล แต่ที่ฉกรรจ์ถึงตายอยู่ที่ไหปลาร้าและลิ้นปี่ทะลุใน นอกนั้นเล็กน้อยดังนี้ตามรูปเรื่องดูเป็นการแลกชีวิตต่อชีวิต ไม่มีทางจะยับยั้งชั่งใจได้ดีกว่านั้น และลักษณะการเช่นนี้แม้การกระทำของจำเลยจะหนักเบาไปหน่อย ก็ควรวินิจฉัยให้เป็นคุณแก่จำเลยซึ่งถูกคู่อาฆาตดักลอบทำร้ายเอาโดยไม่ทันรู้ตัว และกำลังอยู่ในฐานะคับขันมาก ยากแก่การจะคะเนมือให้พอเหมะพอดีได้ นับว่าเป็นการป้องกันชีวิตโดยพอสมควรแก่เหตุ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา ตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๒๔๙
จำเลยต่อสู้ว่ากระทำโดยป้องกัน
ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลย ๗ ปีตาม กฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๒๔๙-๕๓ แต่ศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยกระทำโดยป้องกัน จึงพิพากษากลับให้ยกฟ้อง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ตามข้อเท็จจริง ตามศาลล่างฟังมาว่า ในวันเกิดเหตุเวลาหัวค่ำ ยังไม่มืดสนิท ผู้ตายมีความพยาบาทดักซุ่มทำร้ายจำเลยพอจำเลยกลับจากธุระเดินผ่านไป ผู้ตายเอาก้อนหินขว้างถูกคิ้วจำเลยแตก แล้วใช้มีดเข้าแทงจำเลยถูกแขนขวา ๓ แผล และหน้าอกตรงราวนมขวาใกล้รักแร้ ๑ แผล จำเลยเตะขาผู้ตายแล้วชกถูกแขนผู้ตาย มีดหลุดจากมือผู้ตาย จำเลยแย่งมีดมาได้ ผู้ตายกระโดดเข้าถอดปล้ำจำเลยจำเลยจึงใช้มีดแทงผู้ตาย แล้วผู้ตายปล่อยมือที่กอดและล้มลง จำเลยก็ออกวิ่งไปขอความช่วยเหลือเพื่อนบ้าน ผู้ตายขาดใจตายอยู่ตรงนั้นในเวลาไล่ ๆ กันนั้นด้วยพิษบาดแผลที่ถูกแทงรวม ๕ แผล แต่ที่ฉกรรจ์ถึงตายอยู่ที่ไหปลาร้าและลิ้นปี่ทะลุใน นอกนั้นเล็กน้อย จำเลยต้องไปรักษาบาดแผลอยู่ที่โรงพยาบาล ๑๔ วันจึงหาย
ศาลฎีกาเห็นว่า ผู้ตายเป็นผู้ก่อเหตุอาฆาตดักซุ่มทำร้ายจำเลยในที่มืด จำเลยจำต้องต่อสู้เพื่อป้องกันชีวิตในขณะคับขันไม่มีทางเลี่ยง ตอนที่จำเลยแย่งมีดได้แล้ว ก็ยังไม่พ้นภัยเลย เพราะผู้ตายยังไม่ลดละ เข้ากอดปล้ำตัวจำเลยอีก ผู้ตายร่างใหญ่กว่า อายุ ๒๙ แก่กว่าจำเลยถึง ๕ ปี จำเลยถูกผู้ตายแทงบาดเจ็บเลือดโทรมอ่อนเพลียอยู่แล้วด้วย ถ้าผู้ตายแย่งมีดกลับไปได้ชีวิตของจำเลยจะล่อแหลมต่อภยันตรายที่สุด ตามรูปเรื่องดูเป็นการแลกชีวิตต่อชีวิตไม่มีทางจะยังยั้งชั่งใจได้ดีกว่านั้น และลักษณะการเช่นนี้แม้การกระทำของจำเลยจะหนักเบาไปหน่อย ก็ควรวินิจฉัยให้เป็นคุณแก่ฝ่ายจำเลยซึ่งถูกคู่อาฆาตดักลอบกระทำร้ายเอาโดยไม่ทันรู้ตัว และกำลังอยู่ในฐานะคับขันมาก ยากแก่การคะเนมือให้พอเหมาะพอดีได้ นับว่าเป็นการป้องกันชีวิตโดยพอสมควรแก่เหตุ
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1274/2496
อัยการจังหวัดเชียงใหม่ โจทก์
นายมี เดจ๊ะ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการจังหวัดเชียงใหม่ · จำเลย - นายมี เดจ๊ะ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดุลยพากย์สุวมัณฑ์ · ธรรมบัณฑิต · ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นายผล พิทักษ์พล · ศาลอุทธรณ์ - หลวงอรรถพิศวลโสภณ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา