⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 371/2496

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 371/2496

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้ค้ำประกันยอมรับผิดแทนลูกหนี้ โดยมีเจตนาให้เจ้าหนี้งดเว้นการฟ้องร้องดำเนินคดีอาญากับลูกหนี้ ย่อมทำให้เจ้าหนี้หมดสิทธิฟ้องร้องดำเนินคดีอาญากับลูกหนี้ แม้ลูกหนี้จะผิดนัดชำระหนี้ก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

สัญญาค้ำประกันมีใจความสำคัญว่า จำเลยที่ 1 ยอมรับว่าได้ฉ้อโกงโจทก์จริงและยอมใช้เงินให้โจทก์ จำเลยที่ 2 มารดาจำเลยที่ 1 ยอมค้ำประกันเมื่อจำเลยที่ 1 บิดพลิ้ว ยินดีรับใช้แทนจนครบ โจทก์ผู้กล่าวหายินดีและตกลง ดังนี้ แม้จะมิได้มีข้อความแจ้งชัดว่าจะไม่ฟ้องในทางอาญา าก็เป็นที่เข้าใจกันตามปกติว่า การที่จำเลยที่ 2 เข้าค้ำประกัน รับใช้เงินแทนจำเลยที่ 1 ผู้เป็นบุตรก็ประสงค์ให้โจทก์งดเว้น ไม่ฟ้องบุตรจำเลยที่ 2 ทางอาญา ฉะนั้นแม้จำเลยจะผิดนัด ไม่ใช้หนี้ตามกำหนดในสัญญา ก็ไม่ทำให้โจทก์เกิดสิทธิฟ้องทางอาญาได้เมื่อโจทก์ร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ในทางอาญา จึงไม่เป็นไปตามความประสงค์อันแท้จริงของสัญญาที่จำเลยที่ 2 ทำให้ไว้ จำเลยที่ 2 ย่อมหลุดพ้นจากความผิด./

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.132 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.369 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.680

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องกล่าวว่า จำเลยที่ ๑ ได้รับเงินไปจากโจทก์ ๒ คราว รวม ๒๕๐๐๐ บาท โดยจะนำไปเสียภาษีและค่าใบอนุญาตนำข้าวออกนอกประเทศ ครั้นครบกำหนดนายเดวิดผิดนัดและไม่คืนเงินให้ โจทก็จึงร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่สถานีตำรวจ นางฟาดซิสจำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นมารดาจำเลยที่ ๑ ได้เข้าค้ำประกันใช้หนี้ให้โจทก์ ๒๐๐๐๐ บาท ตามสำเนาบันทึกตกลงประนีประนอมและค้ำประกันท้ายฟ้อง แล้วจำเลยผิดนัด โจทก์ได้มีหนังสือบอกล่าวทวงถามแล้ว จำเลยก็เพิกเฉย จึงขอให้ศาลบังคับให้จำเลยคืน ๒๐๐๐๐ บาทกับดอกเบี้ย จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การและชั้นพิจารณา จำเลยที่ ๒ ต่อสู่คดีหลายประการและอ้างว่า โจทก์ว่าจะไม่ฟ้องคดีอาญา แต่โจทก์ได้เป็นโจทก์ร่วมกับอัยการฟ้องจำเลยที่ ๑ ในคดีอาญา ซึ่งศาลพิพากษายกฟ้องคดีถึงที่สุดแล้ว ถือได้ว่าโจทก์ผิดสัญญา สัญญาจังเป็นอันยกเลิก ศาลแพ่งพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ใช้เงิน ๒๐๐๐๐ บาท กับดอกเบี้ย ถ้าไม่ใช้ ให้จำเลยที่ ๒ ใช้แทน จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์, ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาต่อมา ศาลฎีกาตรวจสำนวนแล้ว สัญญาค้ำประกันมีใจความว่า จำเลยที่ ๑ ยอมรับว่าได้ฉ้อโกงโจทก์ไปจริง และยอมรับใช้ให้โจทก์ผู้กล่าวหา ยินดีและตกลงกับจำเลยที่ ๒ มารดาจำเลยที่ ๑ ยอมค้ำประกันเมื่อจำเลยที่ ๑ บิดพลิ้ว ยินดีใช้แทนจนครบ. ข้อความในสัญญานี้ แม้จะมิได้มีข้อความแจ้งชัดว่า จะไม่ฟ้องทางอาญา แต่ก็เป็นที่เข้าใจกันตามปกติว่า การที่จำเลยที่เข้าค้ำประกันรับใช้เงินแทนจำเลยที่ ๑ ก็ประสงค์จะมิให้บุตรต้องถูกฟ้องในทางอาญา และการที่จำเลยผิดนัดไม่ใช้หนี้ตามกำหนดในสัญญา ก็ไม่ทำให้โจทก์เกิดสิทธิฟ้องร้องในทางอาญาได้ ฉะนั้นการที่โจทก์ร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมฟ้องจำเลยที่ ๑ ในทางอาญาจึงผิดความประสงค์อันแท้จริงของสัญญาที่จำเลยที่ ๒ทำให้ไว้ จำเลยที่ ๒ ย่อมหลุดพ้นจากความรับผิด. จึงพิพากษาแก้ให้ยกฟ้องเฉพาะจำเลยที่ ๒./ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 371/2496 นายจินดา กังสวร ที่ 1, นางละม่อม กังสวร ที่ 2, โจทก์ นายเดวิท เฮอแมน ที่ 1, นางฟาดซิส เฮอร์แมนที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายจินดา กังสวร ที่ 1, นางละม่อม กังสวร ที่ 2, · จำเลย - นายเดวิท เฮอแมน ที่ 1, นางฟาดซิส เฮอร์แมนที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธรรมบัณฑิต · นนทปัญญา · ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายศิริ โชติกุล · ศาลอุทธรณ์ - หลวงพิทักษ์มนูศาสตร์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2467/2526ฎีกา 1800/2511ฎีกา 3219/2534ฎีกา 2983/2549ฎีกา 978/2510ฎีกา 1627/2505ฎีกา 1808/2512ฎีกา 4610/2534ฎีกา 311/2538ฎีกา 4564/2543ฎีกา 8543/2544ฎีกา 923/2523ฎีกา 156/2513ฎีกา 6555/2538ฎีกา 279/2513ฎีกา 2752/2522ฎีกา 142/2535ฎีกา 710/2499ฎีกา 1376/2512ฎีกา 367/2495ฎีกา 5255/2539ฎีกา 8534/2542ฎีกา 1309/2511ฎีกา 458/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา