คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 800/2496
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* คนต่างด้าวที่ได้มาซึ่งที่ดินตามกฎหมายที่ใช้บังคับในขณะนั้น ย่อมมีสิทธิในที่ดินนั้น และสามารถฟ้องเรียกค่าเสียหายได้หากทรัพย์สินที่เช่าเสียหาย
* ค่าสินไหมทดแทนความเสียหายต่อต้นไม้ในสวนที่เช่า ให้คำนวณตามค่าเสียหายที่เจ้าของจะพึงมีเมื่อสิ้นสุดสัญญาเช่า
ย่อคำพิพากษา
พ.ร.บ.ที่ดินในส่วนที่เกี่ยวกับคนต่างด้าว พ.ศ.2486 เป็นกรณีบังคับให้คนต่างด้าวต้องขออนุญาตต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในการได้มาซึ่งที่ดินเท่านั้น พ.ร.บ.ดังกล่าวหาได้เลิกอ้างกรรมสิทธ์หรือสิทธิของคนต่างด้าวที่มีอยู่ในที่ดิน อันจะทำให้ที่ดินนั้นกลายเป็นสาธารณะสมบัติของแผ่นดินไปแต่อย่างใดไม่ คนต่างด้าวซึ่งเป็นเจ้าของสวนจึงมีสิทธิฟ้อง เรียกค่าเสียหายจากผู้เช่าสวน ซึ่งทำให้ทรัพย์สินที่เช่าเสียหายได้
การคำนวณค่าสินไหมทดแทนในกรณีที่ผู้เช่าสวนทำให้ต้นผลไม้ในสวนที่เช่าเสียหายนั้น ควรกะคำนวณตามค่า เสียหายที่เจ้าของจะถึงมีในเวลาที่สิ้นอายุสัญญาเช่า อันเป็นเวลาที่ผู้เช่าสวนส่งมอบทรัพย์สินคืนให้ผู้เช่า เพราะการขาดส่งดอกผลในระหว่างเวลาเช่านั้น ผู้เช่าเองเป็นผู้ได้รับความเสียหาย ส่วนผู้ให้เช่าได้ค่าเช่าเต็มตามสัญญาเช่า
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า ภรรยาโจทก์ลอบเอาสวนมะพร้าวอันเป็นสินบริคณห์ของโจทก์ไปให้จำเลยเช่าและจำเลยได้จุดไฟ เป็นเหตุ ให้เพลิงลุกลามไหม้ต้นมะพร้าวเสียหาย จึงขอให้เพิกถอนสัญญาเช่า และเรียกค่าเสียหาย
จำเลยต่อสู้ว่า โจทก์เป็นคนต่างด้าว ไม่มีสิทธิฟ้องฯลฯ
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ๓๐๐๐ บาท ส่วนข้อบอกล้างโมฆียกรรมฟังว่า โจทก์รู้เห็นในการเช่า จึงให้ยกเสีย
โจทก์ จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ค่าสินไหมทดแทนนั้น ควรคำนวณตามค่าเสียหายที่โจทก์จะถึงมีในเวลาสิ้นอายุสัญญาเช่า อันเป็นเวลาที่จำเลยจะต้องส่งมอบทรัพย์สินคืนให้โจทก์เพราะการขาดดอกผลในระหว่างจำเลยยังเช่าอยู่นั้น จำเลยเองเป็นผู้ได้รับความเสียหาย โจทก์คงได้ค่าเช่าเต็มเม็ดเต็มหน่วยตามสัญญาเช่า ค่าเสียหายที่ศาลล่างกำหนดสำหรับค่าเสียหายที่เสียไปจริง ในขณะนั้นชอบแล้ว
ส่วนสิทธิการฟ้องร้องของโจทก์นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า พ.ร.บ.ที่ดินในส่วนที่เกี่ยวกับคนต่างด้าว พ.ศ. ๒๔๘๖ เป็นกรณีบังคับ ให้คนต่างด้าวต้องขออนุญาตต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในการได้มาซึ่งที่ดินเท่านั้น จึงเป็นเรื่องระหว่างเจ้าหน้าที่ในการได้ มาซึ่งที่ดินเท่านั้น จึงเป็นเรื่องระหว่างพนักงานเจ้าหน้าที่กับคนต่างด้าวที่จะต้องว่ากล่าวดำเนินการให้เป็นไปตาม พ.ร.บ. นั้น พ.ร.บ.ที่ดินในส่วนที่เกี่ยวกับคนต่างด้าว หาได้เลิกล้างกรรมสิทธิ์ หรือสิทธิของคนต่างด้าวที่มีอยู่ในที่ดิน อันจะทำให้ที่ดินนั้นกลายเป็นสาธารณะสมบัติของแผ่นดินไป แต่อย่างใดไม่ ทั้งกรณีเรื่องนี้เป็นเรื่องที่โจทก์มาฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนในการที่จำเลยมาทำให้ทรัพย์สินในความครอบครองของโจทก์เสียหายไป ไม่มีปัญหาเรื่องการได้มาหรือมีกรรมสิทธิ์ ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 800/2496
นายโซฮัลลาลปาเดีย โจทก์
นายจ่าง มีลือนาม กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายโซฮัลลาลปาเดีย · จำเลย - นายจ่าง มีลือนาม กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประมูล สุวรรณศร · ดุลยการณ์โกวิท · ประศาสน์วินิจฉัย |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลสุราษฎร์ธานี - นายสุเมธทิพย์มนตรี · ศาลอุทธรณ์ - หลวงบริรักษ์จรรยาวัตร. |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา