⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1274/2497

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1274/2497

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* บริษัทต่างประเทศที่ประกอบกิจการในประเทศไทย ต้องเสียภาษีเงินได้จากเงินปันผล โดยคำนวณจากอัตราส่วนของเงินได้จากกิจการในประเทศไทยต่อเงินได้ทั้งหมด * เจ้าพนักงานประเมินที่เรียกเก็บภาษีเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ต้องคืนภาษีส่วนที่เกินและเสียดอกเบี้ยตามที่ผู้เสียภาษีเรียกร้อง

ย่อคำพิพากษา

บริษัทจำกัดซึ่งตึ้งขึ้นตาม ก.ม.ต่างประเทศและได้กระทำกิจการในประเทศไทยด้วย จะต้องเสียภาษีเงินได้จากเงินปันผล โดยคิดเทียบส่วนยอดเงินได้ก่อนหักรายจ่ายที่ได้จากกิจการในประเทศไทยกับยอดเงินได้ก่อนหักรายจ่ายทั้งหมดเป็นเกณฑ์คำนวนว่าจะต้องแบ่งเงินปันผลทั้งหมดออกเป็นอัตราส่วนเท่าใดต่อเท่าใดแล้วใช้อัตราส่วนนี้แบ่งเงินปันผลออกเป็นเงินปันผลภายนอก และภายในประเทศเงินปันผลในประเทศที่คิดคำนวนได้นี้เท่านั้น เป็นเงินได้อันต้องประเมินเสียภาษีตาม ม.65 เมื่อเจ้าพนักงานประเมินได้เรียกเก็บภาษีจากผู้เสียภาษีเงินได้เกินกว่าที่กฎหมายบัญญัติให้เรียกเก็บ ศาลพิพากษาให้เจ้าพนักงานนั้นคืนค่าภาษีที่เรียกเก็บไว้เกินไปศาลก็อาจพิพากษาให้เจ้าพนักงานประเมินนั้น เสียดอกเบี้ยในจำนวนภาษีที่เรียกเกินไปตามที่ผู้เสียภาษีได้ฟ้องขอให้บังคับได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.7 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.438 ประมวลรัษฎากร ม.65 ประมวลรัษฎากร ม.67

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทย์ฟ้องว่า ตามงบดุลย์ของโจทก์ตั้งแต่ ๑ กรกฎาคม ๒๔๙๑ ถึง ๓๐ มิถุนายน ๒๔๙๒ ปรากฎว่าเงินปันผลของโจทก์ทั้งในและนอกประเทศรวม ๒,๑๕๐,๐๐๐ บาท เงินปันผลนอกประเทศ ๒๙๖,๙๒๐ บาท+รายได้ทั้งสิ้นทั้งในและนอกประเทศ ๑,๒๔๘,๖๔๐ บาท รายได้นอกประเทศ ๑๗๒,๔๔๐ บาท รายได้นอกประเทศ ๑,๐๗๒,๒๐๐ บาท จำเลยได้ประเมินเก็บภาษีจากโจทก์ จากเงินปันผล นอกประเทศ ๒๙๖,๙๒๐ บาทเป็นเงิน ๕๙,๓๘๔ บาทด้วย ซึ่งโจทก์ไม่ควรตต้องเสีย โจทก์อุทธรณ์ต่อจำเลยที่ ๑ ๆ ก็ยกอุทธรณ์เสีย จึงขอให้จำเลยทั้งสองคืนเงินที่เกินให้โจทก์ พร้อมทั้งดอกเบี้ย จำเลยต่อสู้การคำนวนเรียกเก็บภาษีเป็นการถูกต้องแล้วโจทก์ทำกิจการเมืองแร่และมีเงินได้จากกิจการแร่ในประเทศไทยเท่านั้น ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์เป็นบริษัทจำกัดตั้งขึ้นตาม ก.ม.สหรัฐมลายูสำนักงานใหญ่อยู่ในมลายู ส่วนที่จังหวัดพังงาเป็นสาขา บริษัทโจทก์ทำกิจการเหมืองแร่ด้วยและทำกิจการอื่น ๆ ด้วยเงินได้รายนี้เกิดจากการทำเหมืองแร่และกิจการอื่น นอกประเทศด้วย ฉะนั้นการเรียกเก็บภาษีย่อมตต้องคิดเทียบส่วนเงินได้นอกประเทศตามประมวลรัษฎากร ม.๖๗ จึงพิพากษาให้จำเลยคืนเงิน ๕๙,๓๘๔ บาท ให้แก่โจทก์พร้อมทั้งดอกเบี้ย จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๑ เพราะไม่ใช่เจ้าพนักงานประเมิน คงให้จำเลยที่ ๒ ผู้เดียวคืนเงินและเสียดอกเบี้ย จำเลยที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า เงินจำนวน ๒๙๖,๙๒๐ บาท ซึ่งระบุว่าเป็นเงินปันผลนอกประเทศนั้น เป็นจำนวนผลลัพที่คิดคำนวณตาม ม.๖๗ คือเทียบยอดเงินได้จากกิจการในประเทศก่อนหักรายจ่ายกับยอดเงินได้ก่อนหักรายจ่ายทั้งหมด เมื่อเทียบเป็นส่วนเท่าใดให้คำนวณเงินได้ต้องเสียภาษีตามส่วนนั้น จำนวนเงิน ๒๙๒,๙๒๐ บาทจึงเป็นเงินปันผลนอกประเทศที่โจทก์ไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีอีก ๕๙,๓๘๔ บาท ดังที่จำเลยที่ ๒ เรียกเก็บไป ส่วนดอกเบี้ยนั้นไม่มี ก.ม.ห้ามมิให้ศาลพิพากษาให้จำเลยต้องเสียภาษีเพิ่มจากที่ควรต้องเสีย ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยไว้ชอบแล้ว จึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1274/2497 บริษัทพังงาทินเทร็ดดิ้ง จำกัด โดยนายแอล ซี มิชแชล ผู้รับมอบฉันทะ โจทก์ หลวงอรรพวิภาคไพศาลที่ 1, นายหลงสายศรที่ 2, จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทพังงาทินเทร็ดดิ้ง จำกัด โดยนายแอล ซี มิชแชล ผู้รับมอบฉันทะ · จำเลย - หลวงอรรพวิภาคไพศาลที่ 1, นายหลงสายศรที่ 2,
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุลยพากย์สุวมัณฑ์ · นนทประชา · ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพังงา - นายมานิต จัณสัญจัย · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสารนัยประสาสน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1471/2542ฎีกา 1913/2520ฎีกา 1479/2542ฎีกา 481/2526ฎีกา 3023/2533ฎีกา 4513/2533ฎีกา 170/2546ฎีกา 3414/2541ฎีกา 793/2546ฎีกา 2335/2551ฎีกา 464/2567ฎีกา 2131/2537ฎีกา 4192/2536ฎีกา 616-617/2518ฎีกา 8358/2538ฎีกา 1145/2512ฎีกา 283/2536ฎีกา 2738/2554ฎีกา 2499/2524ฎีกา 7633/2550ฎีกา 1211/2518ฎีกา 3994/2540ฎีกา 2252/2527ฎีกา 1123/2514
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา