⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1056/2498

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1056/2498

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อคู่ความอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย ศาลอุทธรณ์ต้องวินิจฉัยโดยถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยไว้แล้วจากพยานหลักฐานในสำนวน เว้นแต่ศาลอุทธรณ์จะวินิจฉัยว่าการวินิจฉัยข้อเท็จจริงของศาลชั้นต้นผิดกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

คดีมโนสาเร่ซึ่งคู่ความอุทธรณ์ได้แต่เฉพาะปัญหาข้อก.ม.นั้น ศาลอุทธรณ์ต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยจากพยานหลักฐานในสำนวน ฉนั้นถ้าศาลอุทธรณ์กลับไปถือเอาข้อเท็จจริงอื่นที่ศาลชั้นต้นมิได้วินิจฉัยไว้โดยศาลอุทธรณ์มิได้ยกเหตุว่าการวินิจฉัยข้อเท็จจริงของศาลชั้นต้นผิดต่อก.ม.อย่างใดแล้ว และเมื่อปรากฎว่าศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานในสำนวนไม่เป็นการผิดต่อ ก.ม.ศาลฎีกาก็จำต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยมาในการวินิจฉัยปัญหาข้อ ก.ม.ที่มาสู่ศาลฎีกา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.238 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.250

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากห้องเช่าซึ่งจำเลยเช่าจากโจทก์โดยอ้างว่าเช่าเพื่อการค้าจนครบกำหนดได้บอกเลิกสัญญาแล้ว จำเลยต่อสู้ว่า ห้องเช่าเป็นเคหะย่อมได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่าห้องพิพาทไม่ใช่เคหะ จึงพิพากษาขับไล่จำเลย จำเลยอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งรับเฉพาะปัญหาข้อ ก.ม. ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าห้องพิพาทเป็นเคหะ จึงพิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าคดีเป็นคดีมโนสาเร่ ซึ่งคู่ความ จ.อุทธรณ์ได้แต่เฉพาะข้อ ก.ม.ตามความใน ม.๒๒๔ ป.วิ.แพ่ง และการวินิจฉัยปัญหาเช่นนี้ ศาลอุทธรณ์จำต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยจากพยานหลักฐานในสำนวนตามความใน ม.๒๓๘ วรรค ๑ แห่ง ป.วิ.แพ่ง แต่ศาลอุทธรณ์ได้กล่าวถึงข้อเท็จจริงตามที่ศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยรับฟังไว้ และศาลอุทธรณ์ก็มิได้ยกเหตุว่าการวินิจฉัยข้อเท็จจริงของศาลชั้นต้นนั้นผิดต่อก.ม.ไม่ยอมรับฟังแต่อย่างใด ศาลฎีกาได้ตรวจสำนวนแล้วเห็นว่าศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานในสำนวน ไม่เป็นการผิดต่อ ก.ม. เมื่อเช่นนี้ในการวินิจฉัยปัญหาข้อ ก.ม.ที่มาสู่ศาลฎีกา ศาลฎีกาจึงจำต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยมาแล้วดังกล่าวข้างต้น ส่วนข้อเท็จจริงศาลฎีกาเห็นฟ้องกับศาลชั้นต้นว่าห้องพิพาทเป็นห้องสำหรับกิจการค้า ไม่เป็นเคหะ จึงพิพากษากลับศาลอุทธรณ์ ให้ขับไล่จำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1056/2498 นายหะยีฮารน หะยีมะตาเฮร์ โจทก์ นายเอานำจิว แซ่เอา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายหะยีฮารน หะยีมะตาเฮร์ · จำเลย - นายเอานำจิว แซ่เอา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชวน สิงหลกะ · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · ทรงนิติกรณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดยะลา - นายแสวง พุทธสถิตย์ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงเจริญฤทธิศาสตร์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1068/2534ฎีกา 4244/2539ฎีกา 1474/2500ฎีกา 3280/2538ฎีกา 1500/2498ฎีกา 2965/2528ฎีกา 4750/2559ฎีกา 5868/2543ฎีกา 2245/2526ฎีกา 5664/2537ฎีกา 2289-2290/2528ฎีกา 186/2499ฎีกา 451/2515ฎีกา 547/2556ฎีกา 4746/2540ฎีกา 9539/2539ฎีกา 6102/2546ฎีกา 183/2486ฎีกา 6229/2537ฎีกา 1022/2491ฎีกา 1223/2537ฎีกา 2224/2542ฎีกา 4320/2540ฎีกา 2177/2542
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา