คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1347/2498
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* หากฟ้องมีข้ออ้างหลายประการ แม้ข้ออ้างบางส่วนเคลือบคลุม แต่หากมีข้ออ้างส่วนอื่นไม่เคลือบคลุม ฟ้องก็ไม่เสียไปทั้งฉบับ
* การไม่ระบุรายละเอียดการเช่าช่วง เช่น ผู้เช่าช่วง วันที่เช่า หรือค่าเช่า ไม่ทำให้ฟ้องเคลือบคลุม
* การคัดค้านการไม่ถามค้านพยานต้องทำในขณะที่พยานเบิกความ จะอุทธรณ์หรือฎีกาภายหลังไม่ได้
* ในคดีที่ฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหาย หากค่าขึ้นศาลตามจำนวนค่าเสียหายไม่เกิน 15 บาท ให้เสียค่าขึ้นศาลเพียง 15 บาท
ย่อคำพิพากษา
ฟ้องโจทก์มีข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหา 2 ประการแม้ข้ออ้างอันหนึ่งจะไม่แสดงแจ้งชัดเป็นฟ้องเคลือบคลุม แต่ข้อหาอีกข้อหนึ่งไม่เคลือบคลุม ฟ้องของโจทก์ก็หาเสียไปทั้งฉบับไม่
ฟ้องที่อ้างว่าจำเลยให้เช่าช่วงบ้านแต่มิได้ระบุว่าให้ใครเช่า เช่าเมื่อใด ค่าเช่าเท่าใดนั้น หาเป็นฟ้องที่เคลือบคลุมไม่
การคัดค้านการที่ผู้มีหน้าที่นำสืบภายหลังไม่ถามค้านพยานของคู่ความฝ่ายที่มีหน้าที่นำสืบก่อนนั้นจะต้องคัดค้านเสียในขณะที่พยานของฝ่ายสืบภายหลังกำลังเบิกความ จะมาคัดค้านในชั้นอุทธรณ์ฎีกาไม่ได้
คดีฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหายด้วย ซึ่งเมื่อคำนวนเงินค่าขึ้นศาลตามจำนวนค่าเสียหายแล้วเป็นเงินไม่เกิน 15 บาท คู่ความคงต้องเสียค่าขึ้นศาลเพียง 15 บาทเท่านั้น
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องจำเลยคนละสำนวนศาลรวมพิจารณาพิพากษาไปด้วยกัน โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเช่าบ้านโจทก์อยู่ จำเลยผิดสัญญา ดัดแปลงต่อเติมและเอาบ้านไปให้ผู้อื่นเช่าช่วง หรือเข้าอยู่ ขอให้ขับไล่ และเรียกค่าเสียหาย
จำเลยให้การต่อสู้และตัดฟ้องว่าฟ้องเคลือบคลุม จำเลยได้รับความคุ้มครองจาก พ.ร.บ. ควบคุมค่าเช่า ฯลฯ
ระหว่างพิจารณาศาลอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องที่เกี่ยวกับค่าเสียหายได้
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่
จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่าแม้ฟ้องโจทก์ในข้อที่อ้างว่าจำเลยดัดแปลงต่อเติมบ้านเช่าจะเป็นฟ้องเคลือบคลุม แต่ข้อนี้อ้างว่าจำเลยเอาบ้านให้เช่าช่วงนั้น แม้โจทก์จะมิได้บรรยายว่าให้เช่าช่วงเมื่อไร ใครเป็นผู้เช่าค่าเช่าเท่าไร ก็หาเป็นฟ้องเคลือบคลุมไม่ ฟ้องของโจทก์ไม่เสียไปทั้งฉบับ ส่วนฎีกาอีกข้อที่ว่าโจทก์มีหน้าที่สืบภายหลังไม่ถามค้านพยานจำเลยเสียก่อน ต้องห้ามมิให้รับฟังพยานโจทก์ที่สืบภายหลังนั้น เห็นว่าจำเลยจะต้องคัดค้านเสียในขณะที่พยานโจทก์กำลังเบิกความจะมาคัดค้านชั้นอุทธรณ์ฎีกาไม่ได้ คดีนี้ศาลชั้นต้นเรียกค่าขึ้นศาลมาสำนวนละ ๓๐ บาท ไม่ถูกต้อง ศาลฎีกาพิพากษายืนและให้คืนค่าขึ้นศาลที่เรียกเกินแก่ผู้ฎีกาไป
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1347/2498
น.ส.สังวาลย์ ตั้งตรงจิตต์ โจทก์
นายอี๊ดเท้งหรืออิกเท้ง แซ่จึง กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - น.ส.สังวาลย์ ตั้งตรงจิตต์ · จำเลย - นายอี๊ดเท้งหรืออิกเท้ง แซ่จึง กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นนทปัญญา · นนทประชา · ดุลยการณ์โกวิท |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแขวงพระนครใต้ - นายเจิม ภูวะปัจฉิม · ศาลอุทธรณ์ - หลวงพิชิตปฏิภาณ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา