คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 979/2498
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. ใบมอบอำนาจให้จัดการทรัพย์สินและฟ้องคดีโดยทั่วไปไม่มีกำหนดอายุความ ตราบใดที่ยังมีการมอบและรับมอบอำนาจกันอยู่ และไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับการใช้สิทธิเรียกร้องจึงไม่อาจยกอายุความทั่วไป 10 ปีมาใช้บังคับได้
2. การตีความฟ้องต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงที่ปรากฏในสำนวน หากข้อเท็จจริงชัดเจนว่าผู้รับมอบอำนาจฟ้องเรียกเงินที่ลูกหนี้กู้จากผู้มอบอำนาจ ลูกหนี้ย่อมเข้าใจฟ้องได้โดยไม่หลงผิด
ย่อคำพิพากษา
การที่ผู้มอบทำใบมอบอำนาจให้ผู้รับมอบจัดการเกี่ยวกับแก่ทรัพย์สินตลอดจนฟ้องคดีโดยทั่ว ๆ ไปเช่นนี้ ไม่มีกำหนดอายุความตราบใดที่ยังตกลงมอบและรับมอบอำนาจกันอยู่ต่อไปย่อมใช้ได้และเรื่องเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องเกี่ยวแก่การใช้สิทธิเรียกร้อง จะยกอายุความทั่วไป 10 ปีมาใช้บังคับไม่ได้
แม้ในฟ้องโจทก์จะบรรยายว่าจำเลยกู้เงินโจทก์แต่เมื่อพิจารณาฟ้องโดยละเอียดแล้วเข้าใจว่าโจทก์เพียงเรียกเงินที่จำเลยกู้จากผู้มอบอำนาจไม่ใช่เรียกเงินที่จำเลยกู้ตัวโจทก์ผู้รับมอบอำนาจเอง ปรากฎชัดตามสำเนากู้ท้ายฟ้องว่าจำเลยกู้เงินหลวงสิทธิผู้มอบอำนาจ ดังนี้ย่อมเห็นได้ว่าจำเลยเข้าใจฟ้องของโจทก์ได้โดยไม่หลงข้อต่อสู้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าโจทก์ได้รับมอบอำนาจทั่วไปจากหลวงสิทธิเทพการ เมื่อ ๒๗ ธ.ค. ๙๓ จำเลยที่ ๑ กู้เงินโจทก์ ๘,๐๐๐ บาท ดอกเบี้ยชั่งละ ๑ บาท ต่อเดือน กำหนดชำระเงินภายใน ๒๗ ก.พ. ๙๔ โดยจำเลยที่ ๒ เป็นผู้ค้ำประกัน ตั้งแต่กู้ไปไม่เคยชำระต้นเงินและดอกเบี้ย ขอให้บังคับจำเลยใช้ต้นเงินและดอกเบี้ย
จำเลยที่ ๑ ให้การปฏิเสธ จำเลยที่ ๒ รับสารภาพ แต่โจทก์ไม่เรียกร้องเงินในกำหนดที่บอกจึงไม่ควรรับผิด
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ชำระต้นเงินและดอกเบี้ย หากชำระไม่ได้หรือค้างเท่าใดให้จำเลยที่ ๒ รับผิดต่อโจทก์จนครบ
จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยที่ ๑ ฎีกาว่าใบมอบอำนาจของโจทก์ขาดอายุแล้วเพราะเกิน ๑๐ ปี และโจทก์นำสืบนอกประเด็นในฟ้อง
ศาลฎีกาเห็นว่ามอบอำนาจดังนี้เป็นใบมอบอำนาจให้จัดการเกี่ยวแก่ทรัพย์สินตลอดจนการฟ้องร้องคดีโดยทั่ว ๆ ไป ไม่ใช่มอบให้จัดการอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยเฉพาะใบมอบอำนาจเช่นนี้จึงไม่มีอายุความ ในเมื่อผู้มอบและผู้รับมอบอำนาจยังตกลงมอบและรับมอบอำนาจกันต่อไปจำเลยจะยกอายุความทั่วไป ๑๐ ปี มาใช้บังคับได้ไม่
ข้อที่จำเลยฎีกาว่าโจทก์นำสืบนอกฟ้องประเด็นตามฟ้องโจทก์แม้โจทก์จะบรรยายฟ้องว่าจำเลยกู้เงินโจทก์ก็ดี แต่เมื่อพิจารณาฟ้องโดยละเอียดแล้วก้พอเข้าใจได้ว่า โจทก์ฟ้องเรียกเงินที่จำเลยกู้จากหลวงสิทธิเทพการ ไม่ใช่เรียกเงินที่จำเลยกู้นายสุภัทท์โจทก์เอง เพราะปรากฎในฟ้องข้อ ๒ ว่าตามสำเนาสัญญากู้และสัญญาค้ำประกันซึ่งได้เสนอมาท้ายฟ้องแล้ว จึงพอที่จะทำให้จำเลยเข้าใจฟ้องของโจทก์ได้โดยไม่หลงข้อต่อสู้ จึงพิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 979/2498
นายสุภัทท์ เอี่ยมเจริญ ผู้รับมอบอำนาจจากหลวงสิทธิเทพการ โจทก์
นายเล้ง ช่างเรือ ที่ 1 นายอ้วน ศรีชัยนาท ที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสุภัทท์ เอี่ยมเจริญ ผู้รับมอบอำนาจจากหลวงสิทธิเทพการ · จำเลย - นายเล้ง ช่างเรือ ที่ 1 นายอ้วน ศรีชัยนาท ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พิบูลย์ไอศวรรย์ · มนูภันย์วิมลสาร · ประศาสน์วินิจฉัย |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครปฐม - นายชวน ชินสุวรรณ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงอรรถพิศาลโสภณ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา