⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1633/2499

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1633/2499

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การหลงเชื่อการกระทำของจำเลยจนก่อให้เกิดความเสียหาย เป็นองค์ประกอบสำคัญของความผิดฐานฉ้อโกง หากผู้เสียหายมิได้เสียหายเพราะหลงเชื่อการกระทำของจำเลย จะลงโทษจำเลยในความผิดฐานฉ้อโกงไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

เมื่อข้อเท็จจริงในห้องสำนวนปรากฏว่า ผู้เสียหายมอบเงินให้แก่ผู้แทนผู้เสียหายไปรับจำนองแทนผู้เสียหายเพราะเชื่อตามที่ผู้แทนบอกเช่นนี้และศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่าผู้เสียหายหลงเชื่อจำเลยดังนี้เป็นการวินิจฉัยข้อเท็จจริงไม่ตรงกับความจริง ศาลฎีกามีอำนาจวินิจฉัยเสียใหม่ให้ตรงความจริงได้ เมื่อผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้ร้องทุกข์ มิได้เสียหายเนื่องจากหลงเชื่อการกระทำของจำเลยแล้วก็ย่อมขาดองค์สำคัญแห่งความผิดฐานฉ้อโกง จะลงโทษจำเลยหาได้ไม่.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.63 กฎหมายลักษณะอาญา ม.304 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.222 ประมวลกฎหมายอาญา ม.63 ประมวลกฎหมายอาญา ม.304

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ ๒ เช่าโฉนดที่ดินเลขที่ ๑๘๕ จากนายพัน นางสด เพื่อให้เป็นหลักทรัพย์ประกันและได้ยักยอกลายมือชื่อนายพัน นางสุดซึ่งเซ็นและพิมพ์ใบมอบอำนาจที่ยังไม่ได้กรอกข้อความ ไปกรอกข้อความให้ผู้อื่นทำสัญญาขายแทนและยักยอกโฉนดนั้นไปทำสัญญาขายกรรมสิทธิ์ให้จำเลยที่ ๑ จำเลยทั้งสามสมคบกันจะเอาโฉนดดังกล่าวไปหลอกลวงจำนองผู้อื่นโดยจำเลยที่ ๒ ไปติดต่อกับพันโทสลับ ๆ ไปหานายสมพงษ์ ๆ ไปหานายชิน ๆ ให้พระราชเสวกไปดูที่ จำเลยที่ ๑ นำชี้หลักเขตซึ่งทำขึ้นแล้วไปปักในที่ของพลตำรวจทองหล่อและนายสวงตามริมถนน พระราชเสวกหลงเชื่อไปแจ้งนายชิน ๆ ไปหานางอุ่น ๆ ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงตกลงรับจำนองในราคาสองแสนบาทมอบเงินและเช็คไปให้นายชินเป็นผู้รับจำนองแทนที่หอทะเบียน นายชินมอบเงินและเช็คให้จำเลยที่ ๑ สมเจตนาของจำเลยทั้งสาม จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ ศาลแขวงพระนครเหนือพิจารณาทำความเห็นส่งศาลอาญา ศาลอาญาพิพากษาว่าจำเลยทั้งสามผิดตาม ม.๓๐๘,๖๓ จำคุกคนละ ๑ ปีและให้ใช้เงินแก่ผู้เสียหาย จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสามฎีกาว่าความผิดฐานฉ้อโกงต้องประกอบด้วยองค์ความผิดว่าผู้เสียหายหลงเชื่อและส่งทรัพย์ให้จำเลย เรื่องนี้นางอุ่นผู้เสียหายเชื่อคำหลอกลวงของนายชินมิใช่เชื่อจำเลย และผู้เสียหายส่งทรัพย์ให้นายชินไม่ได้ส่งให้แก่จำเลย ศาลฎีกาเห็นว่าการที่นางอุ่นมอบเงินให้แก่นายชินไปเพื่อรับจำนองแทนนางอุ่นนั้นเพราะเชื่อนายชิน ความยังปรากฏตามคำนางอุ่นอีกว่าความจริงนางอุ่นไม่รู้จักจำเลยและไม่ได้พบตัวจำเลย ตามที่ศาลทั้งสองวินิจฉัยว่านางอุ่นหลงเชื่อจำเลยจึงไม่ตรงกับความจริงที่ปรากฏในสำนวนศาลฎีกามีอำนาจวินิจฉัยได้ แม้จะปรากฏว่าการกระทำของจำเลยทั้งสามในคดีนี้ส่อแสดงให้เห็นอุบายอันเกิดจากความไม่สุจริตของจำเลยดังที่ศาลทั้งสองวินิจฉัยมาก็ดี เมื่อปรากฏว่านางอุ่นซึ่งเป็นผู้ร้องทุกข์ในคดีนี้มิได้เสียหายเนื่องจากหลงเชื่อการกระทำของจำเลย ซึ่งขาดองค์สำคัญแห่งความผิดฐานฉ้อโกง อันศาลจะพิพากษาลงโทษจำเลยตามกฎหมายหาได้ไม่ จึงพิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1633/2499 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายเฉลิม บุญประชา ที่ 1 นายสมาน อุชชิน ที่ 2 นายสุวิทย์ วัมนพงษ์ ที่ 3 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายเฉลิม บุญประชา ที่ 1 นายสมาน อุชชิน ที่ 2 นายสุวิทย์ วัมนพงษ์ ที่ 3
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มนูภันย์วิมลสาร · พิบูลย์ไอศวรรย์ · ประศาสน์วินิจฉัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - ศาลอาญา - นายมานิต จั่นสัญจัย · ศาลอุทธรณ์ - ศาลอุทธรณ์ - หลวงอรรถพิศาลโสภณ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 529/2509ฎีกา 845/2543ฎีกา 709/2483ฎีกา 523/2483ฎีกา 455/2485ฎีกา 782/2499ฎีกา 681/2491ฎีกา 1623/2494ฎีกา 196/2494ฎีกา 943/2481ฎีกา 726/2487ฎีกา 831/2493ฎีกา 369/2501ฎีกา 886-887/2470ฎีกา 66/2482ฎีกา 1019/2504ฎีกา 951/2494ฎีกา 34/2491ฎีกา 253/2471ฎีกา 466/2471ฎีกา 1529/2501ฎีกา 76/2487ฎีกา 920/2480ฎีกา 705/2493
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา