⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 225/2499

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 225/2499

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
อายุความคดีละเมิด 1 ปีตามมาตรา 448 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เริ่มนับแต่วันที่ผู้เสียหายทราบถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้กระทำละเมิด หาใช่นับแต่วันที่รู้ว่ามีทรัพย์สินของตนสูญหายไปไม่.

ย่อคำพิพากษา

การนับอายุความ 1 ปีเรื่องละเมิดตาม ม.448 นั้น ต้องเริ่มนับแต่วันที่ผู้เสียหายทราบจากรายงานของกรรมการถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนนั้น หาใช่นับจากวันที่รู้ว่ามีผู้ยักยอกเงินของผู้เสียหายไม่ แม้ฟ้องของโจทก์ได้กล่าวหาถึงการกระทำของจำเลยทั้งจงใจและประมาทเลิ่นเล่อก็ดี แต่ในฟ้องก็ได้กล่าวข้อเท็จจริงโดยละเอียดแล้วเป็นการแสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาทั้งข้อที่อาศัยเป็นหลักแหล่งข้อหาแล้ว จึงเป็นฟ้องที่ไม่เคลือบคลุม.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.448

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสอบเป็นกรรมการรักษาเงินของเทศบาลร่วมกับนายนิกร ได้กระทำโดยจงใจหรือประมาทเลิ่นเล่อหรือฝ่าฝืนระเบียบการรักษาและการจ่ายเงินได้จ่ายเงินให้นายนิกรไปตามที่ขอเบิกเป็นเหตุให้นายนิกรยักยอกเงินรายนี้ไป นายนิกรได้ถูกศาลลงโทษไปแล้ว คณะกรรมการสอบสวนเห็นว่าจำเลยต้องรับผิดด้วย โจทก์จึงทราบว่าจำเลยจะต้องรับผิดติดต่อให้จำเลยชำระก็เพิกเฉยจึงขอให้บังคับจำเลยให้ใช้เงิน ๔๑,๓๔๗.๖๐ บาท จำเลยว่าฟ้องเคลือบคลุม จำเลยไม่ต้องรับผิดคดีขาดอายุความ ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานโจทก์จำเลย เห็นว่าคดีโจทก์ขาดอายุความ พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป จำเลยฎีกาศาลฎีกาปรึกษาว่าปัญาที่ว่าคดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่นั้นศาลฎีกาเห็นว่าอายุความในเรื่องละเมิดนั้น ป.พ.พ. ม.๔๔๘ บัญญัติว่าขาดอายุความเมื่อพ้นปีหนึ่งนับแต่วันที่ผู้ต้องเสียหายรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนจำเลยทั้งสองในคดีนี้เป็นแต่กรรมการรักษาเงินร่วมกับนายนิกรสมุห์บัญชี การที่นายนิกรสมุห์บัญชียักยอกเงินเทศบาลไปจำเลยอาจไม่ต้องรับผิดชอบในการใช้เงินให้โจทก์ก็ได้ ฉนันการที่โจทก์รู้ว่านายนิกรยักยอกเงินของโจทก์ไปจึงยังไม่อาจรู้ว่านอกจากนายนิกรแล้วยังจะมีใครอีกบ้างที่จะต้องใช้เงินให้โจทก์ การที่โจทก์จะรู้ได้เช่นนั้นจำต้องรู้จากข้อเท็จจริงที่กรรมการได้ตั้งขึ้นเพื่อสอบสวนเรื่องนี้รายงานให้ทราบ ฉนั้นอายุความหนึ่งปีจึงนับแต่วันที่โจทก์ทราบจากรายงานของกรรมการไม่ใช่จากวันที่รู้ว่านายนิกรยักยอกเงินโจทก์ไป คดีของโจทก์จึงยังไม่ขาดอายุความ ส่วนปัญหาที่ว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่นั้น ศาลฎีกา"เห็นว่าแม้ฟ้องโจทก์จะได้กล่าวหาถึงการกระทำของจำเลยทั้งจงใจและประมาทเลิ่นเล่อก็ดี แต่โจทก์ก็ได้กล่าวข้อเท็จจริงมาโดยละเอียดแล้วเป็นการแสดงโดย แจ้งชัดกึ่งสภาพแห่งข้อหาของโจทก์ ทั้งข้อที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหา จึงเป็นฟ้องที่ไม่เคลือบคลุม รับไว้พิจารณาต่อไปได้.พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 225/2499 เทศบาลเมืองลำปาง โดยนายแพทย์บุญยิ่ง คุ้มประพันธ์ นายกเทศมนตรี โจทก์ หลวงเชื้อสุรัย์การ ที่ 1 นายพัลลภ กิตติพัชรินทร์ ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - เทศบาลเมืองลำปาง โดยนายแพทย์บุญยิ่ง คุ้มประพันธ์ นายกเทศมนตรี · จำเลย - หลวงเชื้อสุรัย์การ ที่ 1 นายพัลลภ กิตติพัชรินทร์ ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประศาสน์วินิจฉัย · มนูภันย์วิมลสาร · พิบูลย์ไอศวรรย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - ศาลจังหวัดลำปาง - หลวงรัตนศาสต · ศาลอุทธรณ์ - ศาลอุทธรณ์ - นายสภาด นาวีเจริญ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 767/2518ฎีกา 4300/2543ฎีกา 5268/2538ฎีกา 610/2520ฎีกา 5473/2548ฎีกา 681/2506ฎีกา 5095/2556ฎีกา 6560/2555ฎีกา 1415/2540ฎีกา 272/2490ฎีกา 3542/2545ฎีกา 6105/2531ฎีกา 56/2520ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529ฎีกา 119/2532ฎีกา 1687/2497ฎีกา 1189/2495ฎีกา 1620/2492ฎีกา 1510/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา