⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1386/2500

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1386/2500

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องจำเลยกับผู้รับโอนที่ดินจากจำเลย ขอให้เพิกถอนการโอน เพราะโจทก์มีสัญญาจะซื้อขายที่ดินไว้กับจำเลยก่อนแล้ว ศาลพิพากษายกฟ้องเพราะสิทธิของโจทก์เป็นบุคคลสิทธิ ไม่มีทรัพยสิทธิที่จะติดตามเอาที่ดินคืนจากบุคคลภายนอก โจทก์จึงมาฟ้องจำเลยเรียกค่าเสียหายไม่เป็นฟ้องซ้ำ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีมีประเด็นเป็นปัญหากฎหมายมาสู่ศาลฎีกาว่า การที่จำเลยทำสัญญาจะขายที่นาแก่โจทก์ราคา 51,212 บาท โดยตกลงว่าเมื่อจำเลยรับโฉนดได้แล้วจะไปแก้ทะเบียนโอนขายแก่โจทก์ แต่เมื่อจำเลยรับโฉนดมาแล้ว กลับโอนขายแก่นายชวน ชวนิชย์ เป็นราคา65,325 บาท โจทก์จึงฟ้องจำเลยและนายชวน เป็นคดีแดงที่ 177/2494หาว่าจำเลยทั้ง 2 ซื้อขายกันไม่สุจริต ขอให้เพิกถอนสัญญาซื้อขายและโอนขายแก่โจทก์คดีถึงที่สุดศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องเฉพาะแต่ขอให้ทำลายนิติกรรมที่ทำเป็นสัญญาซื้อขายและจดทะเบียนไว้ จึงพิพากษาว่า สิทธิของโจทก์ตามสัญญาจะซื้อขายเป็นเพียงบุคคลสิทธิไม่มีทรัพย์สิทธิที่จะติดตามเอาคืนจากบุคคลภายนอก โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องให้เพิกถอนการจดทะเบียน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1300 ให้ยกฟ้องโจทก์จึงมาฟ้องเป็นคดีนี้ เรียกค่าเสียหายและขอคืนเงินมัดจำ ในฐานที่จำเลยผิดสัญญาไม่ยอมขายที่ดินแก่โจทก์ดังกล่าวซึ่งจำเลยให้การต่อสู้ว่าเป็นการฟ้องซ้ำ เพราะโจทก์ได้ฟ้องจำเลยจนคดีถึงที่สุดไปแล้วในคดีแดงที่ 177/2494 ประเด็นข้อนี้ ศาลล่างและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยต้องกันว่ามิใช่เป็นการฟ้องซ้ำพิพากษาให้จำเลยใช้เงินแก่โจทก์ 18,433 บาทแก่โจทก์กับดอกเบี้ย จำเลยจึงได้ฎีกาต่อมา ศาลฎีกาได้ฟังคำแถลงทนายทั้ง 2 ฝ่ายแล้ว ปรึกษาว่าในเรื่องฟ้องซ้ำนี้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148บัญญัติว่า "คดีที่ได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุดแล้ว ห้ามมิให้คู่ความเดียวกันรื้อร้องฟ้องกันอีก ในประเด็นที่ได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกัน" ก็ในเรื่องนี้แม้โจทก์จะได้ฟ้องจำเลยแล้วดังคดีแดงที่ 177/2494 ที่กล่าวก็ดี แต่เป็นคดีที่มีประเด็นวินิจฉัยว่า โจทก์จะมีสิทธิขอให้ศาลเพิกถอนการขายและบังคับจำเลยโอนขายที่ให้โจทก์ได้หรือไม่ หาได้มีประเด็นว่าโจทก์ได้เสียหายไปเท่าใดไม่ดังคำฟ้องในคดีนี้ จึงเป็นที่เห็นได้ว่าประเด็นค่าเสียหายนี้ศาลยังมิได้วินิจฉัยจึงไม่เป็นการฟ้องซ้ำ ไม่ต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148 คำพิพากษาฎีกาที่ 1116/2498 ที่จำเลยอ้าง ข้อเท็จจริงไม่เหมือนคดีนี้ จะยกมาปรับไม่ได้ อาศัยเหตุนี้จึงเห็นว่า ศาลล่างทั้ง 2 พิพากษาชอบแล้ว ศาลนี้คงพิพากษายืน ให้จำเลยเสียค่าทนาย 150 บาท แก่โจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1386/2500 นายบุญช่วย ชูไสว ที่ 1 นางจัน ชูไสว ที่ 2 โจทก์ นายขันธ์ เตชะเทศ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายบุญช่วย ชูไสว ที่ 1 นางจัน ชูไสว ที่ 2 · จำเลย - นายขันธ์ เตชะเทศ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธรรมบัณฑิตสิทธิศฤงคาร · จักรปาณีศรีศีลวิสุทธิ์ · ดุลยกรณ์พิทารณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา