⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1470/2500

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1470/2500

ป.พ.พ. ม.616

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้รับจ้างขนส่งต้องรับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ทรัพย์สินที่ขนส่ง เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าความเสียหายนั้นเกิดจากเหตุสุดวิสัย

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยรับจ้างขนสิ่งของทางเรือไปส่งโจทก์ แล้วเรือที่บรรทุกของ ๆ โจทก์ล่มลง ข้าวของ ๆ โจทก์ เสียหายเช่นนี้ จำเลยจะต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ เว้นแต่จำเลยจะพิศูจน์ได้ว่าการเสียหายนี้ได้เกิดขึ้นเพราะเหตุสุดวิสัย.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.616

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.616 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยรับจ้างขนปูนซิเมนต์ของโจทก์ไปทางเรือ ๒,๗๐๐ กระสอบ โดยเอาบรรทุกเรือยนต์ ๑,๔๐๐ กระสอบ และส่วนที่เหลือเอาบรรทุกเรือใบ แล้วใช้เรือยนต์ลากไปเพื่อส่งแก่โจทก์ จำเลยคงนำปูนไปส่งโจทก์ได้ ๑,๔๐๐ กระสอบ อีก ๑,๓๐๐ กระสอบเรือล่มเสียหายหมดเพราะความประมาทเลินเล่อของจำเลย จึงฟ้องขอให้จำเลยใช้ค่าปูน ๔๒,๙๐๐ บาท กับค่าที่โจทก์ขาดกำไร ๕,๒๐๐ บาท จำเลยให้การว่าเรือจมเพราะเหตุสุดวิสัย จำเลยจึงไม่ต้องรับผิด และฟ้องแย้งเรียกค่าบรรทุกปูน ๑,๔๐๐ กระสอบ โจทก์แก้ฟ้องแย้งว่าจำเลยปฏิบัติยังไม่เสร็จตามสัญญา จึงไม่มีสิทธิ์เรียกค่าระวาง ศาลชั้นต้นได้พิจารณาคดีแล้ว พิพากษายังไม่เสร็จตามสัญญา จึงไม่มีสิทธิ์เรียกค่าระวาง ศาลชั้นต้นได้พิจารณาคดีแล้ว พิพากษาให้จำเลย ๑ ใช้ค่าปูนกับค่าที่โจทย์จะได้กำไรอีก ๔,๐๐๐ ยาท รวม เป็น ๔๖,๙๐๐ บาท และให้เสียดอกร้อยละ ๗ ครึ่งนับตั้งแต่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๔๙๕ จนกว่าจะชำระเสร็จและให้โจทก์ใช้ค่าระวาง ๔๒๐๐ บาทแก่จำเลยที่ ๑ สำหรับจำเลยที่ ๒,๓,๔ ไม่ต้องรับผิด โจทก์และจำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แก้เฉพาะข้อที่จำเลยเสียดอกเบี้ยเป็น ไม่ต้องใช้ จำเลยฏีกา ศาลฏีกาวินิจฉัยว่า ตามมาตรา๖๑๖ แห่งประมวลแพ่งฯ บัญญัติว่า ผุ้ขนส่งจะต้องรับผิดในการที่ของอันเขาได้มอบหมายแก่คนนั้นสูญหายหรือบุบสลาย หรือส่งมอบชักช้าเว้นแต่จะพิศูจน์ให้เห็นว่าเรือบรรทุกปูนของโจทก์ได้จมเพราะเหตุสุดวิสัยจริง แต่ข้อเท็จจริงเท่าที่สืบกันมาน่าเชื่อฝ่ายโจทก์มากกว่าจำเลย เพราะโจทก์มีพนักงานของกรมอุตุนิยมวิทยามาเบิกความยืนยันว่าในวันเกิดเหตุนั้นลักษณะอากาศที่กันตังและภูเก็ตปรกติ ทะเลเรียบ เกาะลันดาห่างจากกันตังราว ๔๖ กิโลเมตร ถ้าที่เกาะลันตามีพายุตัวเลขจะแสดงให้เห็นความผิดปรกติไปจากที่สำรวจไว้ เมื่อพยานจำเลยเชื่อไม่ได้ว่าเกิดพายุใหญ่และมีคลื่นลมแรง จึงทำให้เรือจม ก็เป็นอันว่าจำเลยพิศูจน์ไม่ได้ว่า การสูญหายปูนซีเมนต์ของโจทก์เป็นโดยเหตุสุดวิสัย จึงพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1470/2500 นายขาว นาโค โจทก์ บริษัทฮับฮวด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายขาว นาโค · จำเลย - บริษัทฮับฮวด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประศาสน์วินิจฉัย · มนูภันย์วิมลสาร · พิบูลย์ไอศวรรย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - ศาลจังหวัดตรัง - นายชุบ เวระเว · ศาลอุทธรณ์ - ศาลอุทธรณ์ - หลวงวิชัยนิตินาท
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2501/2526ฎีกา 710/2542ฎีกา 400/2521ฎีกา 6795/2540ฎีกา 3887/2534ฎีกา 189/2540ฎีกา 4085/2559ฎีกา 763/2522ฎีกา 7133/2538ฎีกา 6140/2559ฎีกา 2555/2541ฎีกา 2108/2532ฎีกา 11699/2554ฎีกา 4805/2539ฎีกา 5287/2537ฎีกา 1112/2530ฎีกา 4050/2555ฎีกา 1656/2525ฎีกา 194/2532ฎีกา 5156/2541ฎีกา 465/2534ฎีกา 10288/2559ฎีกา 1921/2518ฎีกา 468/2551
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา