⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1921/2518

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1921/2518

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ส่งมีอำนาจฟ้องเรียกค่าเสียหายจากผู้รับขนได้ หากผู้รับตราส่งยังมิได้เรียกให้ส่งมอบทรัพย์สินตามสัญญา

ย่อคำพิพากษา

บริษัทโจทก์ทำสัญญาขายสุนัขพันธุ์เยอรมันเชฟเพอดรวม 20 ตัวให้กรมตำรวจ และได้ตกลงกันว่าจ้างบริษัทจำเลยขนส่งสุนัขดังกล่าวโดยเครื่องบินจากประเทศเยอรมันตะวันตกมายังท่าอากาศยานดอนเมือง เพื่อส่งให้แก่กรมตำรวจ เมื่อจำเลยขนส่งสุนัขมาถึงท่าอากาศยานดอนเมืองอันเป็นตำบลที่กำหนดให้ส่ง ปรากฏว่าสุนัขตายไป 12 ตัว อีก 8 ตัว มีอาการอ่อนเพลียเนื่องจากความผิดของบริษัทจำเลยที่มิได้จัดให้มีอากาศหายใจเพียงพอสำหรับสุนัขเหล่านั้น กรรมการบริษัทโจทก์ไปรับมอบจึงได้รับสุนัขที่ยังมีชีวิตจากเจ้าหน้าที่ของจำเลยมาเพียง 8 ตัว ดังนี้ เมื่อประปรากฏว่ากรมตำรวจผู้รับตราส่งยังมิได้เรียกให้ส่งมอบสุนัขตามความในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ตามมาตรา 627 สิทธิทั้งหลายของบริษัทโจทก์ผู้ส่งสุนัขอันเกิดแต่สัญญารับขนนั้นจึงยังมิได้ตกไปได้แก่กรมตำรวจผู้รับตราส่ง โจทก์ในฐานะผู้ส่งจึงมีอำนาจฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.610 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.616 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.627

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้ทำสัญญาขายสุนัขพันธุ์เยอรมันเชพเพอดรวม ๒๐ ตัว ราคา ๔๐๐,๐๐๐ บาทให้กรมตำรวจ โจทก์ตกลงจ้างจำเลยขนส่งส่งสุนัขดังกล่าวโดยเครื่องบินจากประเทศเยอรมันตะวันตกมายังท่าอากาศยานดอนเมือง จำเลยตกลงรับขน แต่เนื่องจากความผิดของจำเลยที่มิได้จัดให้มีอากาศหายใจเพียงพอแก่สุนัขระหว่างอยู่บนเครื่องบิน เมื่อสุนัขมาถึงท่าอากาศยานดอนเมือง ปรากฏว่าสุนัขถึงแก่ความตายไป ๑๒ ตัว ส่วนที่เหลืออีก ๘ ตัว มีอาการอ่อนเพลีย ไม่สมบูรณ์และเจ็บป่วย ต้องทำการรักษา โจทก์ได้รับความเสียหาย คือค่าซื้อสุนัขจากประเทศเยอรมันตะวันตก ทดแทนสุนัขที่ตายเพื่อส่งมอบให้กรมตำรวจตามสัญญา ค่านายหน้าและค่าใช้จ่ายในการเลือกสุนัข ค่าขนส่งสุนัขดังกล่าวทางเครื่องบิน ค่าตรวจสอบสุนัขที่ตายและเจ็บป่วย ค่าเลี้ยงดูสุนัขที่เจ็บป่วยระหว่างรอการส่งมอบ ค่าโทรเลข ฯลฯ รวม ๒๕๑,๐๐๐ บาท ขอให้จำเลยชำระพร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลย เพราะโจทก์เป็นแต่เพียงผู้ส่ง หาได้เป็นผู้รับตราส่งไม่ เมื่อจำเลยขนส่งสุนัขมาถึงกรุงเทพฯแล้ว ก็ได้ส่งมอบสุนัขดังกล่าวให้กรมตำรวจซึ่งเป็นผู้รับตราส่ง สิทธิตามสัญญารับขนของโจทก์กับจำเลยย่อมหมดสิ้นไป ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม สุนัขที่ตายและเจ็บป่วยไม่ได้เกิดจากความผิดของจำเลย จำเลยไม่ต้องรับผิดในความเสียหายที่เกิดจากเหตุธรรมชาติ โจทก์ยังไม่ได้ชำระค่าขนส่งสุนัขทั้ง ๒๐ ตัว ให้แก่จำเลยรวม ๑๔๐,๓๒๓.๘๗ บาท และค่าธรรมเนียมอื่น ๆ อีกรวมทั้งสิ้น ๑๔๗,๒๑๗ บาท ๗๐สตางค์ ขอให้ยกฟ้องและใช้เงินจำเลยดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ย โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์มีสิทธิยึดหน่วงค่าขนส่งและหักกลบลบหนี้ที่จำเลยเป็นหนี้โจทก์ ค่าขนส่งไม่ถึงจำนวนที่ฟ้องแย้ง ดอกเบี้ยคิดมาไม่ชอบ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัย ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม โจทก์มีอำนาจฟ้องค่าเสียหายที่โจทก์มีสิทธิเรียกร้องจากจำเลยรวม ๒๑๐,๑๙๔ บาทพร้อมดอกเบี้ย โจทก์ยึดหน่วงค่าขนส่งไม่ได้ ค่าขนส่งที่โจทก์ต้องชำระเป็นเงิน ๙๒,๕๑๐ บาท ค่าธรรมเนียมจำเลยไม่ได้บรรยายให้ชัด ไม่อาจบังคับได้ แต่ตามฟ้อง คำให้การ และฟ้องแย้งต่างฝ่ายมิได้แสดงเจตนาหักกลบลบหนี้กัน ศาลจะพิพากษาให้หักกลบลบหนี้ไม่ได้ พิพากษาให้จำเลยใช้เงิน ๒๑๐,๑๙๔ บาทพร้อมดอกเบี้ย และให้โจทก์ใช้เงิน ๙๒,๕๑๐ บาทพร้อมดอกเบี้ย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าอุทธรณ์จำเลยฟังไม่ขึ้น นอกจากค่าขาดกำไรที่โจทก์เรียกร้องโจทก์ไม่เสียหาย และจำเลยเรียกค่าธรรมเนียมได้ พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นว่าให้จำเลยใช้เงิน ๑๘๙,๑๓๖ บาทพร้อมดอกเบี้ย ให้โจทก์ใช้เงิน ๙๙,๔๐๓ บาท ๘๓ สตางค์ พร้อมดอกเบี้ยนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะโจทก์เป็นเพียงผู้ส่ง มิใช่ผู้รับตราส่งนั้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์นำสืบว่า เมื่อจำเลยได้ขนสุนัขมาดึงทาอากาศยานดอนเมืองอันเป็นตำบลที่กำหนดให้ส่ง นายคณิต ทางนพเนื้อ กรรมการบริษัทโจทก์ได้ไปรับมอบสุนัขจากเจ้าหน้าที่ของจำเลย การที่โจทก์นัดหมายให้พันตำรวจโทวิทิต ปัตตะโชติ รองผู้กำกับการสุนัขตำรวจตำรวจและร้อยตำรวจตรีทวีศักดิ์นายสัตวแพทย์กองกำกับการดังกล่าวไปที่ท่าอากาศยานฯ ด้วยมีเหตุผลน่าเชื่อตามที่โจทก์นำสืบว่า เพื่อสังเกตการณ์ว่าไม่มีการเปลี่ยนตัวสุนัขระหว่างที่ขนส่งจากเครื่องบิน ไม่ถือว่าเป็นการส่งมอบ เพราะตามสัญญาต้องให้กรรมการตรวจรับนายคณิตพยานโจทก์เบิกความด้วยว่า นายสุมิตร พิมพิสาร เจ้าหน้าที่ของบริษัทจำเลยจะให้นายคณิตลงชื่อรับสุนัขทั้ง ๒๐ ตัว แต่นายคณิตยอมลงชื่อรับเฉพาะ ๘ ตัวที่ไม่ตายเท่านั้น นายสุมิตรจึงทำหนังสือเอกสารหมาย จ.๖ ให้นายคณิตความว่า ขอให้นายคณิตนำสุนัขที่ตายไปทำการผ่าตัดพิสูจน์และช่วยเผาหรือฝังให้ด้วย เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าบริษัทโจทก์ผู้ส่งโดยนายคณิตกรรมการบริษัทได้สุนัขที่มีชีวิตมาเพียง ๘ ตัวเช่นนี้ จะเชื่อได้อย่างไรว่า กรมตำรวจผู้รับตราส่งได้เรียกให้ส่งมอบสุนัขที่ตกลงซื้อแล้ว ยิ่งกว่านั้นพฤติการณ์ต่าง ๆ เกี่ยวกับการกระทำของพันตำรวจโทวิทิต และร้อยตำรวจตรีทวีศักดิ์เท่าที่ปรากฏในสำนวนก็ยังไม่อาจถือได้ว่าเป็นการที่กรมตำรวจผู้รับตราส่งได้เรียกให้ส่งมอบของแล้วตามความในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๒๗ สิทธิทั้งหลายของบริษัทโจทก์ผู้ส่งสุนัขอันเกิดแต่สัญญารับขนนั้นจึงยังมิได้ตกไปได้แก่กรมตำรวจผู้รับตราส่ง โจทก์ในฐานะผู้ส่งจึงมีอำนาจฟ้องจำเลยส่วนฎีกาข้ออื่น ๆ ของจำเลยศาลฎีกาวินิจฉัยว่าฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (วิกรม เมาลานนท์ สุธี ชอบธรรม ยิ่งศักดิ์ กฤษณจินดา) ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1921/2518 บริษัทเบนเทรดดิ้ง จำกัด โดยนายคณิต ทองนพเนื้อ กรรมการ โจทก์ บริษัทการบินทรานเมลิเตอร์เรเนียน จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทเบนเทรดดิ้ง จำกัด โดยนายคณิต ทองนพเนื้อ กรรมการ · จำเลย - บริษัทการบินทรานเมลิเตอร์เรเนียน จำกัด
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายไพจิตร ปุญญพันธุ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายปสพ นพรัมภา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4246/2542ฎีกา 105/2525ฎีกา 789/2531ฎีกา 2501/2526ฎีกา 3926/2530ฎีกา 710/2542ฎีกา 2843/2546ฎีกา 400/2521ฎีกา 6231/2538ฎีกา 6795/2540ฎีกา 3887/2534ฎีกา 189/2540ฎีกา 5809/2539ฎีกา 942/2531ฎีกา 4085/2559ฎีกา 2365/2530ฎีกา 341/2492ฎีกา 5746/2553ฎีกา 763/2522ฎีกา 7133/2538ฎีกา 627/2532ฎีกา 1920/2546ฎีกา 2929/2537ฎีกา 2887/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา