คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1579-1580/2500
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. เจ้าของรวมในทรัพย์สินเดียวกันย่อมมีสิทธิฟ้องคดีเกี่ยวกับการครอบครองหรือการละเมิดสิทธิในทรัพย์สินนั้นได้โดยลำพัง โดยไม่จำเป็นต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของรวมคนอื่น
2. การที่คู่ความตกลงกันในศาลให้ถือเอาผลการรังวัดของเจ้าพนักงานที่ดินเป็นข้อแพ้ชนะในคดี ถือเป็นการยอมรับข้อเท็จจริงและผูกพันคู่ความตามข้อตกลงนั้น
ย่อคำพิพากษา
โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินมีชื่อในโฉนดร่วมกับบุตรของโจทก์ โจทก์โดยลำพังคนเดียวย่อมฟ้องคดีเกี่ยวกับการที่มีผู้ปลูกโรงเรือนล้ำเข้ามาในเขตโฉนดรายนี้ได้โดยไม่จำเป็นต้องได้รับมอบอำนาจจากเจ้าของร่วมคนอื่น
โจทก์จำเลยตกลงท้ากันในศาล ขอให้เจ้าพนักงานที่ดินไปรังวัดสอบเขตโฉนดของโจทก์ประการเดียว โดยยืนยันรับรองว่าถ้าโรงเรือนของจำเลยปลูกอยู่ในเขตโฉนดนั้น จำเลยยอมแพ้ หากอยู่นอกเขตโฉนดดังกล่าวโจทก์ยอมแพ้ ดังนี้เป็นเรื่องคู่ความยอมรับข้อเท็จจริงกันในศาลโดยมีเงื่อนไขให้ถือเอาการรังวัดของเจ้าพนักงานที่ดินตามเขตโฉนดของโจทก์นั้นเป็นข้อแพ้ชนะในระหว่างกัน เมื่อได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกล่าวครบถ้วนแล้ว ศาลก็ต้องพิพากษาคดีไปตามข้อเท็จจริงที่ปรากฎนั้น จำเลยไม่มีสิทธิที่จะโต้แย้งว่าเจ้าพนักงานที่ดินรังวัดผิด.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
เรื่อง ที่ดิน ขอให้ขับไล่
คดี ๒ สำนวนนี้ พิจารณาพิพากษารวมกัน
โจทก์ฟ้องเป็นทำนองเดียวกันว่า จำเลยทั้ง ๒ สำนวนบุกรุกเข้ามาปลูกโรงเรือนอยู่ในที่ดินโฉนดที่ ๓๑๐ ของโจทก์ ขอให้รื้อถอนและห้ามจำเลยเกี่ยวข้อง
จำเลยทั้ง ๒ สำนวนต่อสู้ว่า ไม่ใช่ที่ดินของโจทก์ แต่เป็นที่ว่างเปล่าของรัฐบาล กับตัดฟ้องว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องได้แต่ลำพังตนคนเดียว โดยผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมกับโจทก์มิได้มอบอำนาจให้โจทก์ดำเนินคดีนี้
ชั้นพิจารณาคดี โจทก์จำเลยท้ากันให้เจ้าพนักงานที่ดินไปทำการรังวัดสอบเขตที่ดินตามโฉนดของโจทก์ดังฟ้อง ถ้าปรากฎว่าบ้านเรือนของจำเลยคนใดได้ปลูกอยู่ในที่ดินของโจทก์ จำเลยนั้น ๆ ยอมแพ้คดี ถ้าไม่อยู่ในเขตโฉนดของโจทก์ โจทก์ก็ยอมแพ้คดีแก่จำเลยคนนั้น
ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลล่างทั้งสอง ให้จำเลยทั้งสองรื้อถอนโรงเรือนออกจากเขตโฉนดของโจทก์และห้ามมิให้เกี่ยวข้องต่อไป
ที่จำเลยฎีกาว่าที่ดินตามฟ้องมีชื่อโจทก์ร่วมกับบุคคลอื่น และโจทก์ไม่ได้รับมอบอำนาจจากเจ้าของร่วมคนอื่น จึงไม่มีอำนาจฟ้องนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าตาม ป.พ.พ.มาตรา ๑๓๕๙ บัญญัติไว้ชัดว่า เจ้าของร่วมคนหนึ่ง ๆ อาจใช้สิทธิอันเกิดแต่กรรมสิทธิ์ครอบไปถึงทรัพย์สินทั้งหมดเพื่อต่อสู้บุคลภายนอกได้ ตลอดจนการเรียกร้องเอาทรัพย์สินนั้นคืนโดยอยู่ภายในเงื่อนไขแห่ง มาตรา ๓๐๒ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีเรื่องนี้ได้ และกรณีไม่ได้เกี่ยวข้องกับ ป.วิ.แพ่ง มาตรา ๖๒ ดังที่จำเลยเสนอขึ้นมาแต่ประการใด
ส่วนที่จำเลยฎีกาว่าการรังวัดสอบเขต เจ้าพนักงานผู้กระทำการรังวัด วัดมาไม่ถูกต้องไม่ตรงต่อความจริง และจำเลยมิได้รับรอง แผนที่วิวาทจึงใช้ไม่ได้นั้น ศาลฎีกาเห็นว่าเรื่องนี้ โจทก์ จำเลยตกลงท้ากันในศาลขอให้เจ้าพนักงานที่ดินไปรังวัดสอบเขตโฉนดของโจทก์ประการเดียว โดยยืนยันรับรองว่า ถ้าโรงเรือนของจำเลยปลูกอยู่ในเขตโฉนดนั้น จำเลยก็ยอมแพ้ หากอยู่นอกเขตโฉนดดังกล่าว โจทก์ก็ยอมแพ้ ดังนี้ เป็นเรื่องคู่ความยอมรับข้อเท็จจริงกันในศาล โดยมีเงื่อนไขให้ถือเอาการรังวัดของเจ้าพนักงานที่ดินตามเขตโฉนดของโจทก์นั้นเป็นข้อแพ้ชนะในระหว่างกัน เมื่อได้ปฏิบัติการตามเงื่อนไขดังกล่าวครบถ้วนแล้ว ศาลก็ต้องพิพากษาคดีไปตามข้อเท็จจริงที่ปรากฎนั้น จำเลยไม่มีสิทธิที่จะโต้แย้งว่าเจ้าพนักงานที่ดินทำการรังวัดผิด.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1579 - 1580/2500
นางทองพูล หวั่งหลี โจทก์
นายวิน เอี่ยมสุวรรณ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางทองพูล หวั่งหลี · จำเลย - นายวิน เอี่ยมสุวรรณ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดุลยทรรศน์ปฏิภาณ · ประมูล สุวรรณศร · วิเทศจรรยารักษ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดธัญญบุรี - นายนิคม ชัยอาญา · ศาลอุทธรณ์ - นายคร้าม สิวายะวิโรจน์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา