⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1689/2500

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1689/2500

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่ทำให้เจ้าทรัพย์ถึงแก่ความตายจากการปล้นทรัพย์ จะลงโทษตามความผิดฐานปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธและทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายตามมาตรา 250 แห่งประมวลกฎหมายอาญาได้นั้น ฟ้องโจทก์จะต้องบรรยายให้ชัดแจ้งว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าเจ้าทรัพย์ด้วย มิฉะนั้นจะลงโทษตามมาตราดังกล่าวไม่ได้.

ย่อคำพิพากษา

ฟ้องโจทก์กล่าวว่าจำเลยกับพวกได้สมคบกันมีอาวุธปืนและไม้ฆ้อนเป็นศาสตราวุธตียิงทำร้ายร่างกายนายกุ่นและนายมาเป็นบาดแผลถึงบาดเจ็บสาหัส ทั้งนี้โดยจำเลยประสงค์จะเอาทรัพย์แล้วจำเลยกับพวกได้ปล้นเอาทรัพย์ของนายกุ่นนายมาไป ฯลฯ นายกุ่นได้ถึงแก่ความตามโดยพิษบาดแผลที่ถูกทำร้าย ฯลฯ ดังนี้เห็นได้ชัดว่าฟ้องโจทก์บรรยายถึงแต่เรื่องปล้นทรัพย์และเจ้าทรัพย์ถูกทำร้ายมีบาดเจ็บสาหัสและถึงตาย มิได้ระบุว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าเจ้าทรัพย์เลย จะอ้างว่าโจทก์ได้ใส่หัวเรื่องในข้อหาฐานความผิดว่าสมคบกันทำการปล้นทรัพย์และฆ่าคนตายโดยเจตนามาประกอบฟ้องให้เข้าเกณฑ์ความผิดตาม ม.250 ก็ไม่ได้ เพราะว่าหัวเรื่องนั้นไม่เรียกว่าบรรยายคำฟ้อง ดังนี้แม้โจทก์จะอ้างบทมาตรา 250 มาด้วยก็ดี ก็ลงโทษจำเลยตาม ม.250 ไม่ได้เพราะว่าจำเลยเข้าใจข้อหาแต่เพียงว่าการปล้นทรัพย์ของจำเลยได้ทำให้เจ้าทรัพย์มีบาดเจ็บสาหัส เมื่อไม่ปรากฎในสำนวนเลยว่าจำเลยเป็นคนๆเดียวกับในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ทั้งไม่ปรากฎว่าได้ต้องโทษอยู่ในคดีดังกล่าว และจำเลยก็มิได้ให้การรับ ดังนี้จึงนับโทษต่อให้ไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.250 กฎหมายลักษณะอาญา ม.301 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกับพวกที่หลบหนีมีอาวุธปืนและไม้ฆ้อนเป็นอาวุธ สมคบกันทำการปล้นทรัพย์นายกุ่นและนายมา โดยใช้ไม้ตีและใช้ปืนยิงนายกุ่น นายมา กระสุนปืนถูกนายกุ่นและนายมาเป็นบาดเจ็บสาหัส โดยจำเลยประสงค์จะเอาทรัพย์ แล้วปล้นเอาทรัพย์ของเจ้าทรัพย์ ทั้ง ๒ ไป นายกุ่นได้ถึงแก่ความตายโดยพิษบาดแผลที่ถูกทำร้ายในเวลานั้นเอง ขอให้ลงโทษตามมาตรา ๒๔๙,๒๕๐,๓๐๑,๖๓ ฯลฯ จำเลยที่ ๕ เป็๋นบุคคลคนเดียวกันกับจำเลยที่๒ ในคดีดำที่ ๑๔๘๙/๒๔๙๗ และคดีดำที่ ๑๔๘๘/๒๔๙๗ ของศาลชั้นต้น ขอให้นับโทษต่อด้วย จำเลยทุกคนให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทุกคนมีความผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญา มาตรา ๒๕๐,๓๐๑,๖๓ และแก้ไข มาตรา ๗ ฯลฯ ให้นับโทษต่อด้วย จำเลยทุกคนให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทุกคนมีความผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญา มาตรา ๒๕๐,๓๐๑,๖๓และแก้ไข มาตรา ๗ ฯลฯ ให้นับโทษจำเลยที่ ๕ ต่อคดีดำที่ ๑๔๙๘/๒๔๙๗ คดีแดงที่ ๑๑๓๓/๒๔๙๘ จำเลยทุกคนอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นว่า จำเลยทุกคนมีความผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญา ม.๓๐๑ วรรคสุดท้ายประกอบด้วยมาตรา ๖๓ ฯลฯ และไม่ไห้นับโทษจำเลยที่ ๕ ต่อจากคดีที่โจทก์ขอ ฯลฯ โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตาม ก.ม. ลักษณะอาญา มาตรา ๒๕๐ และนับโทษจำเลยที่ ๕ ต่อโทษคดีอาญาแดงที่ ๑๑๓๓/๒๔๙๘ คดีอาญาดำที่ ๑๔๘๙/๒๔๙๗ ศาลฎีกาเห็นว่าการฟ้องคดีอาญานั้น ป.วิ.อาญา มาตรา ๑๕๘(๕) กำหนดว่า โจทก์จะต้องบรรยายถึงการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำผิด ข้อเท็จจริงและรายละเอียดที่เกี่ยวกับเวลาและสถานที่ซึ่งเกิดการกระทำนั้นๆ อีกทั้งบุคคลหรือสิ่งของที่เกี่ยวข้องด้วยพอสมควรเท่าที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องมีใจความว่าจำเลยกับพวกได้สมคบกันมีอาวุธปืนและฆ้อนเป็นสาตราวุธ ตี ยิงทำร้ายร่างกายนายกุ่นและนายมาเป็นบาดแผลถึงบาดเจ็บสาหัส ทั้งนี้โดยจำเลยประสงค์จะเอาทรัพย์ แล้วจำเลยกับพวกได้ปล้นเอาทรัพย์ของนายกุ่น นายมาไป ฯลฯ นายกุ่นได้ถึงแก่ความตายโดยพิษบาดแผลที่ถูกทำร้าย ฯลฯ ดังนี้จะเห็นได้ชัดว่า ฟ้องโจทก์บรรยายถึงแต่เรื่องปล้นทรัพย์และเจ้าทรัพย์ถูกทำร้ายมีบาดเจ็บสาหัสและถึงตาย มิได้ระบุว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าเจ้าทรัพย์เลย โจทก์คัดค้านว่าโจทก์ได้ใส่หัวเรื่องในข้อหาฐานความผิดว่าสมคบกันทำการปล้นทรพัย์และฆ่าคนตายโดยเจตนานั้น ไม่เรียกว่าบรรยายคำฟ้อง เมื่อไม่มีคำฟ้องบรรยายโดยชัดแจ้งเช่นนี้ แม้โจทก์จะอ้างบทมาตรา ๒๕๐ มาก็ดี แสดงว่าโจทก์ไม่ประสงค์จะให้ศาลลงโทษในฐานอันเป็นอุกฤตโทษ จำเลยเข้าใจข้อหาแต่เพียงว่า การปล้นทรัพย์ของจำเลยได้ทำให้เจ้าทรัพย์มีบาดเจ็บสาหัส อนึ่ง ไม่ปรากฎในสำนวนเลยว่า จำเลยเป็นคนๆเดียวกับในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ทั้งไม่ปรากฎว่าได้ต้องโทษอยู่ในคดีดังกล่าว และจำเลยก็มีได้ให้การรับ จึงนับโทษต่อให้ไม่ได้ ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๖๑๑/๒๔๙๓ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1689/2500 อัยการจังหวัดเชียงราย โจทก์ นายพุฒ เพิ่มทอง ที่ 1,นายสุข เผ่าศรีไชย(อายุ 19 ปี) ที่2, นายสี คงเย็น(อายุ 20 ปี) ที่3, นายธง เผ่าศรีไชย ที่ 4, นายศรีนวล สุวรรณ์ ที่ 5 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดเชียงราย · 1,นายสุข - นายพุฒ เพิ่มทอง ที่ · ที่2, - เผ่าศรีไชย(อายุ 19 ปี) · ที่3, - นายสี คงเย็น(อายุ 20 ปี) · 4, - นายธง เผ่าศรีไชย ที่ · จำเลย - นายศรีนวล สุวรรณ์ ที่ 5
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิเทศจรรยารักษ์ · ประมูล สุวรรณศร · ดุลยทรรศน์ปฏิภาณ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - ศาลจังหวัดเชียงราย - นายเทียบ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงชนาณัติกรรม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6435/2555ฎีกา 709/2483ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 1146/2526ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 726/2487ฎีกา 884/2484ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 3864/2546ฎีกา 514/2486ฎีกา 2747/2529ฎีกา 5702/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา