⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1797-1798/2500

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1797-1798/2500

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบรรยายฟ้องคดีแพ่งเพียงพอให้เข้าใจข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาได้แล้ว ไม่ถือเป็นฟ้องเคลือบคลุม

ย่อคำพิพากษา

ในคดีฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนเพื่อความประมาทเลินเล่อในทางแพ่งเมื่อได้บรรยายฟ้องพอให้เข้าใจได้ว่าข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหามีอยู่อย่างไรแล้ว ก็ถือว่าไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม ฟ้องคดีเรียกค่าเสียหายเรื่องเรือชนกัน เมื่อโจทก์กล่าวว่าเรือจำเลยแล่นกินทางเข้ามาแล้วตีวงมาชนเรือโจทก์ โดยความประมาทเลินเล่อของจำเลยดังนี้ ก็พอทำให้เข้าใจได้แล้วว่าข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาของโจทก์มีอยู่อย่างไร

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.438

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีดำที่ ๔๑๒/๒๔๙๙ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้ง ๔ ร่วมกันชดใช้ราคาข้าวสารของโจทก์ที่บรรทุกเรือกระแชงซึ่งจ้างเรือศรเอกศิลป ของจำเลยที่ ๓ และ จำเลยที่ ๔ เป็นลูกจ้างควบคุมเรือ ลากจูงมาแล้วถูกเรือบางนาราของจำเลยที่ ๑ ซึ่งจำเลยที่ ๒ ลูกจ้างเป็นกัปตันชนจมด้วยความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ ๒ และ ที่ ๔ เมื่อจ้างคนขนข้าวสารขึ้นมาได้และขายไปและหักค่าใช้จ่ายแล้ว เป็นเงิน ๒๘,๘๑๒.๔๘ บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ย คดีที่ ๔๑๓/๒๔๙๙ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้ง ๔ ชดใช้ค่าเรือค่าเครื่องใช้ในเรือที่สูญหายกับค่าเสียหายที่โจทก์ต้องขาดรายได้เนื่องจากเรือกระแชงบรรทุกข้าวสารของโจทก์ถูดเรือบางนาราของจำเลยที่ ๑ ซึ่งจำเลยที่ ๒ ลูกจ้าง เป็นกัปต้นเรือชนจมในกรณีละเมิดรายเดียวกันด้วยความประมาณเลินเล่อของจำเลยที่ ๒ และที่ ๔ คือ ค่าเรือ ๖๓,๐๐๐ บาท ค่าเครื่องใช้ในเรือที่สูญหาย ๑,๕๐๐ บาท ค่าขาดรายได้นับแต่วันเกิดถึงวันฟ้อง ๘,๒๑๖.๕๐ บาท และเป็นรายเดือน ๆ ละ ๒,๙๐๐ บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ย จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ให้การว่าเป็นเจ้าของเรือบางนาราและเป็นนายท้ายเรือ แต่โจทก์มิได้บรรยายว่าจำเลยประมาทเลินเล่ออย่างใดเป็นคำฟ้องเคลือบคลุมไม่ชัดว่าการกระทำอย่างใดที่โจทก์ถือว่เป็นความประมาทเลินเล่อ อย่างไรก็ดี จำเลยที่ ๒ มิได้ประมาทเลินเล่อ เรือบางนารามิได้ชนเรือบรรทุกข้าว ความเสียหายเกิดจากความประมาทเลิยเล่อของผู้ควบคุมเรือบรรทุกข้าวและเรือที่ลากจูงมาปะทะเรือบางนาราจำเลยไม่ต้องรับผิด ค่าเสียหายไม่เป็นความจริง โจทก์เรียกร้องเกินความจริง และไม่มีสิทธิคิดออกเบี้ย จำเลยที่ ๓ ขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยที่ ๔ ให้การว่าที่เรือโจทก์ถูกชนจมเป็นเพราะเรือบางนาราไม่ใช้ความระมัดระวังตามสมควรเป็นเหตุให้ชนเรือโจทก์ เป็นการสุดวิสัยของจำเลยที่ ๔ ซึ่งเป็นลูกจ้างจำเลยที่ ๓ โดยเป็นนายท้ายเรือศรเอกศิลป ของจำเลยที่ ๓ จะหลีกเลี่ยงได้ โจทก์ไม่เสียหายถึงราคาตามที่ฟ้อง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1797 - 1798/2500 บริษัทข้าวนครไชยศรี จำกัด โจทก์ โดยนายไพโรจน์ เบญจฤทธิ์ บริษัทเดินเรือไทย จำกัด ที่ 1 จำเลย นาวาตรีหลวงสวัสดิ์เดชไพศาล ที่ 2 นายเล้ง สุวรรณเกต ที่ 3 นายแสวง น้อยสุวรรณที่ 4 นายศักดิ์ สุทธิพิศาล โจทก์ บริษัทเดินเรือไทย จำกัดที่ 1 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทข้าวนครไชยศรี จำกัด · เบญจฤทธิ์ - โดยนายไพโรจน์ · จำเลย - บริษัทเดินเรือไทย จำกัด ที่ 1 · 2 - นาวาตรีหลวงสวัสดิ์เดชไพศาล ที่ · 3 - นายเล้ง สุวรรณเกต ที่ · 4 - นายแสวง น้อยสุวรรณที่ · โจทก์ - นายศักดิ์ สุทธิพิศาล · จำเลย - บริษัทเดินเรือไทย จำกัดที่ 1
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้นพิจารณารวมกัน แล้ววิ - 2 ร่วมกันใช้ค่าเสียหาย 28 · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 767/2518ฎีกา 681/2506ฎีกา 610/2520ฎีกา 5473/2548ฎีกา 1479/2542ฎีกา 4513/2533ฎีกา 1415/2540ฎีกา 272/2490ฎีกา 3542/2545ฎีกา 6105/2531ฎีกา 56/2520ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529ฎีกา 119/2532ฎีกา 1687/2497ฎีกา 1189/2495ฎีกา 226/2532ฎีกา 1620/2492ฎีกา 1510/2520ฎีกา 3601/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา