⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1950/2500

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1950/2500

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
จำเลยมีสิทธิแก้ตัวอันสมควรที่จะไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานได้ หากจำเลยมีความเชื่อมั่นโดยสุจริตว่าตนมีสิทธิในที่ดินนั้น การดำเนินคดีทางแพ่งเพื่อวินิจฉัยสิทธิในที่ดินจึงเหมาะสมกว่าการดำเนินคดีอาญาฐานขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยขัดคำสั่งผู้รักษาราชการแทนนายอำเภอที่สั่งให้จำเลยออกไปจากที่ดินที่ทางราชการสงวนไว้สำหรับสาธารณประโยชน์ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยมีความเชื่อมั่นโดยสุจริตใจว่า ที่ดินนั้นเป็นของจำเลยโดยการครอบครองมาช้านานเกินกว่า 40 ปี ซึ่งอำเภอจะสั่งให้จำเลยออกจากที่ดิน โดยพละการเช่นนี้ไม่ได้ จำเลยมีเหตุผลอันดีและมีข้อแก้ตัวอันสมควร ที่จะไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนั้นได้ ย่อมเอาผิดแก่จำเลยไม่ได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 368 ตามรูปเรื่องเช่นว่านี้ สมควรที่จะดำเนินคดีว่ากล่าวถึงเรื่องสิทธิในที่ดินกันทางแพ่ง ยิ่งกว่าการฟ้องร้องทางอาญาฐานขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.334 ประมวลกฎหมายอาญา ม.368 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1382

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

เรื่อง ขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบุกรุกเข้าไปปลูกต้นยางในที่ดินทางราชการสงวนไว้สำหรับสำสุสานสาธารณะประโยชน์ และจำเลยได้ยึดถือเอาที่ดินทั้งแปลงนั้นตลอดมา ต่อมา จำเลยได้ทราบคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของ นายพิศ ผู้รักษาราชการแทนนายอำเภอเทพา ให้จำเลยเลิกใช้ที่ดินแปลงนี้ภายใน ๑๐ วัน จำเลยขัดขืน ไม่กระทำตามคำสั่งดังกล่าว ขอให้ลงโทษตาม ก.ม. ลักษณะอาญา มาตรา ๓๓๔(๒) พ.ร.บ.ปกครองท้องที่ พ.ศ.๒๔๕๗ มาตรา ๑๒๒ จำเลยต่อสู้ว่าที่ดินรายนี้เป็นของจำเลยได้รับมาจากบิดามมารดาปกครองเป็นเจ้าของตลอดมา ๔๒ ปี แล้ว ไม่ใช่ที่ดินสงวนดังฟ้องของโจทก์ ศาลชั้นต้นพิพากษาปรับจำเลย ๕๐ บาท ตาม ก.ม. ลักษณะอาญา มาตรา ๓๓๔(๒) จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยมีความเชื่อมั่นโดยสุจริตใจว่า ที่ดินแปลงนี้เป็นของจำเลยครอบครองมาช้านานเกินกว่า ๔๐ ปี ซึ่งอำเภอจะสั่งให้จำเลยออกจากที่ดินโดยพละการเช่นนี้ ไม่ได้ ความเชื่อมั่นของจำเลยเช่นนี้มีเหตุผลสนับสนุนอยู่พร้อมมูล ศาลฎีกา เห็นว่าตามรูปเรื่องที่เป็นมา สมควรที่จะดำเนินคดีว่า กล่าวถึงสิทธิในที่ดิน กันทางแพ่งยิ่งกว่าการฟ้องร้องทางอาญา ฐานขัดคำสั่งเจ้าพนักงานเช่นนี้ เพราะปรากฏโดยชัดแจ้งอยู่แล้วว่า จำเลยมีเหตุผลอันดีและมีข้อแก้ตัวอันสมควรที่จะไม่ปฏิบัติ- ตามคำสั่งนั้น จึงเอาผิดแก่จำเลยไม่ได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๘ พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1950/2500 อัยการจังหวัดสงขลา โจทก์ นางลิเมาะ หมะประสิทธิ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดสงขลา · จำเลย - นางลิเมาะ หมะประสิทธิ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุลยทรรศน์ปฏิภาณ · ประมูล สุวรรณศร · วิเทศจรรยารักษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - จังหวัดสงขลา - นายอำพัน บุญ · ศาลอุทธรณ์ - นายใจ นาคเสวี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9788/2553ฎีกา 945/2537ฎีกา 5473/2548ฎีกา 759/2494ฎีกา 231/2482ฎีกา 1280/2492ฎีกา 107/2493ฎีกา 1409/2494ฎีกา 4415/2528ฎีกา 3081/2527ฎีกา 781/2538ฎีกา 4258/2541ฎีกา 4470/2543ฎีกา 4185/2547ฎีกา 824-825/2511ฎีกา 663/2488ฎีกา 602/2490ฎีกา 546/2532ฎีกา 5007/2540ฎีกา 1077/2532ฎีกา 6663/2538ฎีกา 1348/2508ฎีกา 5252/2550ฎีกา 952/2491
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา