คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1063/2501
ย่อคำพิพากษา
ผู้ซื้อเห็นอยู่แล้วในขณะซื้อว่ามีผู้ครอบครองตั้งบ้านเรือนอยู่ส่วนหนึ่งของที่ดินในโฉนดผู้ครอบครองที่ส่วนนั้นย่อมยกขึ้นต่อสู้ผู้ซื้อได้ว่าไม่สุจริต
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าโจทก์ซื้อที่ดินโฉนดที่ ๔๖๓๓ จากนายทองคำโดยสุจริต จำเลยอยู่ในที่ส่วนหนึ่งโดยมิได้รับความยินยอมจากเจ้าของเดิม จำเลยขัดขวางไม่ยอมออกจากที่พิพาท จึงขอให้ขับไล่
จำเลยต่อสู้ว่าได้ครอบครองที่พิพาทมา ๔๐-๕๐ ปีแล้ว เจ้าของเดิมสละสิทธิแล้ว
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์ซื้อที่รายนี้มาโดยไม่สุจริต จำเลยครอบครองที่พิพาทอย่างเป็นเจ้าของมาเกิน ๑๐ ปี โจทก์ฟ้องขับไล่ไม่ได้ ให้ยกฟ้อง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาฟังว่า เมื่อโจทก์ซื้อที่รายนี้โจทก์เห็นแล้วว่าจำเลยกับบุตรหลานตั้งบ้านเรือนอยู่เป็นเนื้อที่ราว ๓ ไร่ ไม่น่าเชื่อตามข้อนำสืบของโจทก์ว่า ก่อนซื้อจำเลยรับว่าอาศัยเจ้าของเดิมอยู่ การที่โจทก์เห็นแล้วว่าที่พิพาทจำเลยกับบุตรหลานใช้เป็นที่อยู่อาศัยยังขืนซื้อ จึงเป็นการไม่สุจริต พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1063/2501
นายเจริญ จิตต์สมนึก โจทก์
นายจันทร์ บุญมีเลี้ยง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเจริญ จิตต์สมนึก · จำเลย - นายจันทร์ บุญมีเลี้ยง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ศิลปสิทธิวินิจฉัย · ดุลยกรณ์พิทารณ์ · ไชยเจริญ สันติศิริ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครปฐม - นายประมูล ศรัทธาทิพย์ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงอรรถไพศาลศรุดี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา