⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5274/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5274/2531

ป.อาญา ม.362, 365 · ป.พ.พ. ม.1299

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลเข้าครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นโดยมีเจตนาจะยึดถือเพื่อตนเองโดยสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาสุจริตตาม ม.1382 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ย่อมได้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้นโดยการครอบครองปรปักษ์ แม้จะเข้าครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของกรรมสิทธิ์เดิมก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องจำเลยในข้อหาบุกรุก จำเลยนำสืบต่อสู้ว่าเจ้าของที่ดินคนเดิมให้บิดาจำเลยปลูกบ้านลงในที่ดิน ก่อนตายบิดาจำเลยยกบ้านให้จำเลยและจำเลยอยู่ในบ้านหลังนี้ไม่เคยย้ายไปที่ใด จำเลยได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินโดยการครอบครองปรปักษ์ดังนี้การที่จำเลยคงอยู่ในที่พิพาทจึงเป็นการอยู่โดยเจ้าใจว่ามีสิทธิที่จะอยู่ได้ ไม่มีเจตนากระทำผิดอาญาฐานบุกรุก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.362 ประมวลกฎหมายอาญา ม.365 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1299

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.362 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.365 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1299 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362 จำเลยให้การปฎิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 362 ให้ลงโทษจำคุก 3 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงคงฟังได้ว่าที่ดินที่บิดาจำเลยปลูกบ้านอยู่นั้นเป็นที่ดินที่มีโฉนดที่ดินแล้วคือโฉนดเลขที่ 26088 ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานีจำเลยได้บ้านมาโดยบิดาจำเลยยกให้ บิดาจำเลยปลูกบ้านอยู่ในที่ดินของโจทก์อย่างน้อยก็ประมาณ 20 ปีมาแล้ว และจำเลยอยู่ในบ้านหลังนี้มาตลอดไม่เคยย้ายไปที่ใด เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2528โจทก์ซึ่งได้ที่พิพาทจากการยกให้ของมารดาได้บอกให้จำเลยรื้อบ้านของจำเลยออกไปจากที่พิพาท แต่จำเลยไม่ยอมรื้อออกไปปัญหาที่ต้องวินิจฉัยจึงมีว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานบุกรุกตามฟ้องหรือไม่ ปรากฎว่าจำเลยนำสืบต่อสู้ว่า จำเลยได้ครอบครองที่พิพาทมาโดยความสงบ เปิดเผย ด้วยเจตนาเป็นของเท่ากับจำเลยต่อสู้ว่าได้กรรมสิทธิ์ในที่พิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์แล้ว การที่จำเลยคงอยู่ในที่พิพาทจึงเป็นการอยู่โดยเข้าใจว่ามีสิทธิที่จะอยู่ได้ กรณีจึงไม่พอฟังว่าจำเลยมีเจตนากระทำผิดทางอาญาฐานบุกรุก มูลกรณีเป็นเรื่องที่โจทก์จะต้องไปว่ากล่าวเอาแก่จำเลยในทางแพ่ง แม้จำเลยจะเบิกความตอบทนายโจทก์ว่า โจทก์เคยพบจำเลยและขอให้จำเลยรื้อถอนบ้านออกไปจากที่พิพาท จำเลยได้เรียกค่ารื้อถอนจำนวน 30,000 บาทก็เป็นเพียงแสดงว่าจำเลยยอมออกไปเมื่อได้เงิน 30,000 บาทเป็นการแลกเปลี่ยน ศาลฎีกาเห็นว่า การกระทำของจำเลยหาเป็นความผิดทางอาญาตามฟ้องไม่" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5274/2531 นาง ลัด ดา ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม โจทก์ นางสาว กิ่ง กา ญจน์ ปู่ บาง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง ลัด ดา ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม · จำเลย - นางสาว กิ่ง กา ญจน์ ปู่ บาง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิศิษฏ์ ลิมานนท์ · สุพจน์ · นาถะพินธุ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 10866/2546ฎีกา 231/2482ฎีกา 1280/2492ฎีกา 2884/2519ฎีกา 7958/2555ฎีกา 185/2566ฎีกา 557/2493ฎีกา 319/2530ฎีกา 377/2536ฎีกา 2718/2538ฎีกา 15964/2553ฎีกา 18654/2555ฎีกา 5640/2541ฎีกา 7786/2538ฎีกา 7214/2538ฎีกา 435/2535ฎีกา 1658/2534ฎีกา 1008/2510ฎีกา 6663/2538ฎีกา 503/2482ฎีกา 426/2501ฎีกา 3775/2527ฎีกา 367/2495ฎีกา 45/2507
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ