⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2884/2519

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2884/2519

ย่อคำพิพากษา

จำเลยบุกรุกเข้าไปในบ้านของนางมงหรือวิมลผู้เสียหายโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่มีเหตุอันควรแล้วกระทำอนาจารต่อผู้เสียหายโดยใช้กำลังกอดปล้ำและใช้อาวุธปืนขู่เข็ญ บังคับเพื่อจะกระทำชำเราผู้เสียหายทันที เห็นได้ว่าจำเลยมีเจตนาประสงค์ต่อผลโดยตรงต่อการที่จะกระทำความผิดเกี่ยวกับเพศ และจำเลยก็ได้กระทำอนาจารผู้เสียหายในทันทีทันใดที่เข้าไป การกระทำของจำเลย เป็นความผิดต่อเนื่องกันเป็นกรรมเดียว แต่เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.91

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2518 เวลากลางคืนหลังเที่ยงจำเลยได้กระทำผิดกฎหมายหลายกรรมต่างกัน กล่าวคือ จำเลยได้มีอาวุธปืนติดตัวบุกรุกเข้าไปในบ้านซึ่งเป็นเคหสถานของนางมลหรือวิมล กลิ่นขจร หรืออ้วนทอง โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุสมควร แล้วจำเลยได้กระทำอนาจารนางมลหรือวิมลโดยใช้กำลังประทุษร้ายกอดปล้ำและจำเลยยังได้ใช้อาวุธปืนขู่เข็ญบังคับเพื่อจะกระทำชำเรานางมล โดยนางมลอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 364, 365, 278ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 11 ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2514 ข้อ 9 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วฟังว่า จำเลยกระทำผิดดังฟ้อง พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 364 ประกอบด้วยมาตรา 365 และมาตรา 278 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ลงวันที่ 21พฤศจิกายน 2518 (ที่ถูกคือ 2514) ข้อ 9 ให้เรียงกระทงลงโทษจำเลยตามมาตรา 91 ฐานบุกรุก ให้จำคุก 6 เดือนกระทงหนึ่ง และฐานกระทำอนาจารให้จำคุก 1 ปี 6 เดือนอีกกระทงหนึ่ง รวมจำคุกจำเลย 2 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาเฉพาะปัญหาข้อกฎหมายที่ว่าความผิดตามฟ้องเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันหรือเป็นความผิดกรรมเดียว ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่าถึงแม้โจทก์จะบรรยายฟ้องมาชัดแจ้งว่าจำเลยกระทำผิดฐานบุกรุกฐานหนึ่งและกระทำผิดอนาจารอีกฐานหนึ่ง เพื่อแสดงว่าจำเลยกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกันก็ตาม การที่จำเลยบุกรุกเข้าไปในบ้านของนางมลหรือวิมลผู้เสียหายโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันควร แล้วจำเลยก็ได้กระทำอนาจารต่อผู้เสียหายโดยใช้กำลังกอดปล้ำและได้ใช้อาวุธปืนขู่เข็ญบังคับเพื่อจะกระทำชำเราผู้เสียหายทันที การกระทำของจำเลยดังกล่าวเห็นได้ว่า มีเจตนาประสงค์ต่อผลโดยตรงต่อการที่จะกระทำความผิดเกี่ยวกับเพศ และจำเลยก็ได้กระทำอนาจารผู้เสียหายในทันทีทันใดที่เข้าไป การกระทำของจำเลยเป็นความผิดต่อเนื่องกันเป็นกรรมเดียวไม่ขาดตอนทั้งการที่จำเลยกระทำอนาจารผู้เสียหายนั้นก็เป็นเหตุหนึ่งที่ส่อแสดงถึงความที่ไม่มีเหตุผลอันสมควรที่จะเข้าไปในเคหสถานของผู้เสียหายอันเป็นองค์ประกอบของความผิดฐานบุกรุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 364 อยู่ด้วย การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียว แต่เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท มิใช่เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันดังที่โจทก์ฟ้อง พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 364 ประกอบด้วยมาตรา 365 และมาตรา 278ให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278 อันเป็นบทหนักตามมาตรา 90 กำหนดโทษจำคุก 1 ปี 6 เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2884/2519 อัยการพิจิตร โจทก์ นายจอม หรือเฉลียว กรีอินทร์ทอง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการพิจิตร · จำเลย - นายจอม หรือเฉลียว กรีอินทร์ทอง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประภาศน์ อวยชัย · ชลูตม์ สวัสดิทัต · พัลลภ สังโขบล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7570/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1514/2532ฎีกา 7722/2544ฎีกา 2165/2531ฎีกา 4180/2548ฎีกา 1089/2551ฎีกา 1336/2553ฎีกา 4943/2567ฎีกา 1567/2535ฎีกา 5305/2539ฎีกา 7958/2555ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1699/2525ฎีกา 1774/2536ฎีกา 1715/2545ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1875/2547ฎีกา 2047/2533ฎีกา 6847/2567ฎีกา 8297/2540ฎีกา 2766/2546ฎีกา 9797/2555ฎีกา 8833/2554
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา