⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1247/2502

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1247/2502

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบรรยายฟ้องข้อหาลักทรัพย์หรือรับของโจร โดยกล่าวถึงการกระทำของจำเลยในการขายทรัพย์ที่ได้มาโดยการกระทำผิด ถือเป็นฟ้องที่สมบูรณ์ ไม่เคลือบคลุม และสามารถเข้าใจได้ว่าทรัพย์ที่ขายนั้นเป็นทรัพย์ที่จำเลยลักหรือรับไว้โดยรู้ว่าได้มาโดยผิดกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

การบรรยายฟ้องข้อหาฐานลักทรัพย์หรือรับของโจรโดยบรรยายตอนต้นว่า มีคนร้ายลักทรัพย์นั้น แม้จะได้บรรยายไว้ในตอนต่อมาอีกว่า จำเลยได้เอาทรัพย์ที่คนร้ายลักไปนั้นขายให้แก่ผู้มีชื่อ ทั้งนี้โดยจำเลยเป็นคนร้ายลักทรัพย์ฉันรับหรือมิฉนั้นจำเลยก็รับทรัพย์นั้นไว้โดยรู้ว่าได้มาโดยการกระทำผิดฐานลักทรัพย์เช่นนี้ เป็นฟ้องที่สมบูรณ์แล้วไม่เคลือบคลุมแต่อย่างใด การที่โจทก์กล่าวในฟ้องถึงเรื่องจำเลยขายทรัพย์ของกลาง ย่อมเข้าใจได้ว่าเป็นทรัพย์ที่จำเลยลักหรือรับของโจรไว้แล้วนั่นเอง โจทก์จะกล่าวเรื่องขายทรัพย์ของกลางก่อนหรือเรื่องลักทรัพย์กับรับของโจรก่อนอยู่ที่การเรียบเรียง เรื่องขายทรัพย์ของกลางจึงเป็นเพียงข้อเท็จจริงประการหนึ่งซึ่งอย่างน้อยก็แสดงถึงมูลเหตุที่ทำให้ได้ตัวจำเลยและของกลาง และแม้โจทก์ไม่กล่าวมาในฟ้องก็อาจนำสืบได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายอาญา ม.334 ประมวลกฎหมายอาญา ม.335 ประมวลกฎหมายอาญา ม.357

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า ข้อ ๑. เมื่อ ๑๘ มี.ค. ๒๕๐๑ เวลากลางคืน มีคนร้ายเข้าไปในบ้านอันเป็นเคหะสถานที่อยู่อาศัยของนายบุญธรรม แล้วลักเอารถจักรยาน ๒ ล้อ ๑ คัน ราคา ๑,๔๐๐ บาท ของนายบุญธรรมไป ข้อ ๒. วันที่ ๒๑ มี.ค. ๒๕๐๑ จำเลยได้ขายรถจักรยาน ๒ ล้อ ของนายบุญธรรมซึ่งถูกคนร้ายลักไปดังกล่าวในข้อ ๑ ให้แก่ผู้มีชื่อและผู้มีชื่อได้ขายให้นายมานพอีกทอดหนึ่ง ต่อมาวันที่ ๖ เมษายน ๒๕๐๑ นายบุญธรรมเจ้าทรัพย์ยึดรถของกลางได้จากนายมานพ วันที่ ๑๔ เม.ย. ๒๕๐๑ ทั้งนี้ โดยตามวันเวลาดังกล่าวใน ข้อ ๒ จำเลยบังอาจเป็นคนร้ายลักรถจักรยานของนายบุญธรรม ดังกล่าวในข้อ ๑. ไป หรือมิฉะนั้น ระหว่างวันที่ ๑๘ มี.ค. ๒๕๐๑ ถึง ๒๑ มี.ค. ๒๕๐๑ เวลาไม่ปรากฏ จำเลยบังอาจรับเอารถจักรยานของกลางนี้ไว้โดยรู้อยู่แล้วว่า เป็นของร้ายซึ่งมีผู้ได้มาจากการกระทำผิดฐานลักทรัพย์ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๔, ๓๓๕, ๓๕๗ จำเลยปฏิเสธ ศาลแขวงลำปางสั่งว่า ฟ้องโจทก์ข้อ ๒ กล่าวว่า จำเลยขายรถจักรยานให้แก่ผู้มีชื่อ แต่สรุปตอนท้ายว่า จำเลยรับเอารถจักรยานของกลางไว้โดยรู้ว่าเป็นของร้าย จึงเป็นฟ้องที่ขัดกันในตัว ไม่พอให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ ไม่ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา ๑๕๘ (๕) จึงไม่รับฟ้อง ของโจทก์ในข้อหาว่ารับของโจร จะไต่สวนมูลฟ้องเฉพาะข้อหาลักทรัพย์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ให้ศาลแขวงไต่สวนมูลฟ้องทั้งสองฐานตามฟ้องโจทก์ จำเลยฎีกาว่า ศาลแขวงสั่งชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นว่า ฟ้องโจทก์ชัดเจนปราศจากข้อเคลือบคลุมสงสัย การที่โจทก์กล่าวถึงเรื่องจำเลยขายรถ ย่อมเข้าใจได้โดยแจ้งชัดว่า เป็นรถคันที่จำเลยลักหรือรับของโจรไว้แล้วนั่นเอง โจทก์จะกล่าวเรื่องขายรถก่อนหรือเรื่องลักทรัพย์กับรับของโจรก่อนอยู่ที่การเรียบเรียง เรื่องขายรถจึงเป็นเพียงข้อเท็จจริงประการหนึ่ง ซึ่งอย่างน้อยก็แสดงถึงมูลเหตุที่ทำให้ได้ตัวจำเลยและของกลาง และแม้โจทก์จะไม่กล่าวมาในฟ้องก็อาจนำสืบได้ ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1247/2502 ผู้ว่าคดีศาลแขวงลำปาง โจทก์ นายปวน ยาพุฒสืบ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ผู้ว่าคดีศาลแขวงลำปาง · จำเลย - นายปวน ยาพุฒสืบ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุทธิวาทนฤพุฒิ · สัญญา ธรรมศักดิ์ · พิบูลย์ไอศวรรย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงลำปาง - นายยนต์ สวนพุฒิ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสารกิจปรีชา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 824/2535ฎีกา 1146/2526ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 1368/2509ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 884/2484ฎีกา 18654/2555ฎีกา 2766/2546ฎีกา 2292/2540ฎีกา 16889/2555ฎีกา 967/2501ฎีกา 3864/2546ฎีกา 6863/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา