⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 804/2502

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 804/2502

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบรรยายฟ้องว่าจำเลยแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน ต้องระบุให้ชัดแจ้งว่าข้อความใดเท็จ ความจริงเป็นอย่างไร และจำเลยรู้ข้อเท็จจริงนั้น หรือการกระทำนั้นไม่เป็นความผิดอาญาอย่างไร จึงจะสมบูรณ์ตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ฟ้องโจทก์ที่บรรยายว่า จำเลยร้องเรียนแจ้งความเท็จจริงต่อเจ้าพนักงาน ถ้าโจทก์มิได้บรรยายให้ชัดแจ้งว่า ข้อความที่จำเลยร้องเรียนและแจ้งแก่เจ้าพนักงานนั้น เท็จอย่างใด และความจริงเป็นฉันใด อันพอที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี แม้ข้อความในตอนท้ายจะมีกล่าวว่า โดยจำเลยรู้อยู่ก่อนแล้วว่า เป็นข้อความเท็จหรือมิได้มีการกระทำผิดอาญาเกิดขึ้น ก็เป็นข้อความที่กล่าวอย่างเคลือบคลุม ไม่ปรากฏว่าจำเลยรู้ว่าเป็นข้อเท็จในข้อใด คำว่า "หรือมิได้มีการกระทำผิดอาญาเกิดขึ้น" ก็เป็นคำกล่าวอย่างกว้าง ๆ ไม่แน่ชัดว่าเหตุที่ไม่มีการกระทำผิดเกิดขึ้นนั้นเป็นเพราะไม่มีการกระทำหรือว่าเป็นเพราะการกระทำนั้นไม่เป็นผิดอาญา ทั้งมีคำว่า "หรือ" ประกอบอยู่ในฟ้อง ซึ่งเป็นถ้อยคำที่แสดงถึงการไม่ยืนยันให้แน่ชัด ฟ้องโจทก์เช่นนี้ย่อมไม่สมบูรณ์ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 158 (5) โจทก์ฟ้องว่าจำเลยไปแจ้งความเท็จหาว่าโจทก์ลักทรัพย์เป็นเหตุให้เจ้าพนักงานจับโจทก์ไปควบคุมไว้ ขอให้ลงโทษจำเลยฐานทำให้เสื่อมเสียอิสระภาพนั้น การที่โจทก์ถูกจับกุมและถูกควบคุมตัวดังที่กล่าวในฟ้อง ย่อมเป็นหน้าที่ของเจ้าพนักงานซึ่งจะเห็นสมควรปฏิบัติต่อโจทก์อย่างใด ตามควรแก่กรณี เพียงแต่พิจารณาฟ้อง ก็ยกฟ้องได้แล้ว เพราะตามที่บรรยายในฟ้องจำเลยยังไม่มีความผิดฐานนี้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.161 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.185 ประมวลกฎหมายอาญา ม.137 ประมวลกฎหมายอาญา ม.172 ประมวลกฎหมายอาญา ม.173 ประมวลกฎหมายอาญา ม.174 ประมวลกฎหมายอาญา ม.309 ประมวลกฎหมายอาญา ม.311

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานแจ้งความเท็จ ร้องเรียนเท็จ ทำให้เสื่อมเสียอิสระภาพตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๑๓๗, ๑๗๒, ๑๗๓, ๑๗๔, ๑๗๙, ๓๐๙, ๓๑๑ ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลที่สองว่า ฟ้องโจทก์ไม่เป็นฟ้องตามกฎหมายและฐานกระทำตามฟ้องไม่ผิด ให้ยกฟ้อง ข้อวินิจฉัยของศาลฎีกามีว่า ฟ้องโจทก์ที่บรรยายว่า จำเลยร้องเรียนและแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานนั้น โจทก์มิได้บรรยายให้ชัดแจ้งว่า ข้อความที่จำเลยร้องเรียนและแจ้งแก่เจ้าพนักงานนั้นเท็จอย่างใด และความจริงเป็นฉันใด อันพอที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี แม้ข้อความในตอนท้ายจะมีกล่าวว่า โดยจำเลยทั้งสามรู้อยู่ก่อนแล้วว่าเป็นข้อความเท็จ หรือมิได้มีการกระทำผิดอาญา เกิดขึ้น ก็เป็นข้อความที่กล่าวอย่างเคลือบคลุม ไม่ปรากฏว่าจำเลยรู้ว่า เป็นเท็จในข้อใด คำว่าหรือมิได้มีการกระทำผิดอาญาเกิดขึ้น ก็เป็นคำกล่าวอย่างกว้าง ๆ ไม่แน่ชัดว่า เหตุที่ไม่มีการกระทำหรือการกระทำนั้นไม่เป็นผิดอาญา ทั้งมีคำว่า หรือ ประกอบอยู่ ซึ่งเป็นถ้อยคำที่แสดงถึงการไม่ยืนยันให้แน่ชัด ฟ้องโจทก์จึงไม่สมบูรณ์ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๑๕๘ (๕) ส่วนฟ้องโจทก์ในความผิดฐานทำให้เสื่อมเสียอิสระภาพ ศาลฎีกาเห็นว่าการที่โจทก์ถูกจับกุมและถูกควบคุมตัวดังที่กล่าวฟ้องนั้น ย่อมเป็นหน้าที่ของเจ้าพนักงาน ซึ่งจะเห็นสมควรปฏิบัติต่อโจทก์แต่อย่างใด ตามควรแก่กรณี จำเลยจึงไม่มีความผิดในฐานนี้ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 804/2502 นายแหนง เฮงจันทร์ โจทก์ นายกิติ วงษ์วานิช กับพวก รวม 3 คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายแหนง เฮงจันทร์ · จำเลย - นายกิติ วงษ์วานิช กับพวก รวม 3 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นิติธรรมประกรณ์ · ไชยเจริญ สันติศิริ · ไชยเจริญ สันติศิริ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดราชบุรี - นายเฉลิม ทัตภิรมย์ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงชนาณัติกรรม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1656/2544ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 2530/2527ฎีกา 1146/2526ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 213/2554ฎีกา 3026/2517ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 2963/2535ฎีกา 726/2487ฎีกา 2813/2566ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 884/2484ฎีกา 284/2507
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา