คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 877/2502
ย่อคำพิพากษา
โจทก์บรรยายฟ้องว่า ตามวันที่ระบุในฟ้อง โจทก์ถูกจำเลยใช้อุบายหลอกลวงปลุกปั่นให้โจทก์ลงชื่อมอบอำนาจแก่จำเลยที่ 1 ไปทำการโอนขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของโจทก์ในราคา 70,000 บาท เมื่อขายได้แล้ว จะเอาเงินมาให้ แต่เมื่อวันที่ระบุในฟ้อง จำเลยกลับไปสมคบกันกรอกข้อความลงในใบมอบอำนาจนั้น เอานายเผือด พึ่งความชอบ สวมแทนจำเลย ที่ 1 โดยเจตนาให้จำเลยทุกคนพ้นความรับผิด ที่จะต้องชำระราคาที่ดินต่อโจทก์ ซึ่งเมื่อจำเลยที่ 2 รับโอนแล้ว ก็รีบขายให้ผู้อื่นต่อไป จนถึงวันฟ้องโจทก์ก็ยังไม่ได้รับราคาที่ดินเลย และเมื่อทวงถามจำเลยก็ปฏิเสธ โจทก์จึงฟ้องเรียกร้องเอา ดังนี้เห็นว่าเป็นการแสดงโดยชัดแจ้งซึ่งสภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหานั้นแล้ว จึงหาเป็นฟ้องเคลือบคลุมไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ - ๒ ได้ใช้อุบายหลอกหลวงให้โจทก์มอบให้จำเลยที่ ๑ เป็นตัวแทนขายบ้านและที่ดินของโจทก์ให้จำเลยที่ ๒ เป็นเงิน ๗๐,๐๐๐ บาท ภายหลังปรากฏว่าจำเลยทั้งสามได้สมคบกันกรอกข้อความในหนังสือมอบอำนาจที่โจทก์ลงลายมือชื่อไว้เป็นว่า โจทก์ได้มอบให้นายเผือด พึ่งความชอบ เป็นผู้มีอำนาจจัดการขายที่ดินของโจทก์แล้วจำเลยทั้งสามได้ช่วยกันจัดการโอนขายที่ดินของโจทก็ให้จำเลยที่ ๒ และจำเลยที่ ๒ ได้โอนขายให้นายศิริ สมบัติศิริ การกระทำดังกล่าวเป็นการผิดสัญญาและละเมิดต่อโจทก์ ขอให้จำเลยร่วมกันรับผิดใช้ค่าที่ดิน ๗๐,๐๐๐ บาท และค่าเสียหายให้โจทก์อีก ๓๖,๗๕๐ บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ย
จำเลยที่ ๒ ปฏิเสธฟ้องและต่อสู้ว่าฟ้องเคลือบคลุมและขาดอายุความ
จำเลยที่ ๑ - ๓ ปฏิเสธฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยร่วมกันใช้เงิน ๗๐,๐๐๐ บาทพร้อมทั้งดอกเบี้ยให้โจทก์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยทั้งสามฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องว่า ตามวันที่ระบุในฟ้อง โจทก์ถูกจำเลยใช้อุบายหลอกลวงปลุกปั่นให้โจทก์ลงชื่อมอบอำนาจให้จำเลยที่ ๑ ไปทำการโอนขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของโจทก์ในราคา ๗๐,๐๐๐ บาท เมื่อขายแล้วจะเอาเงินมาให้ เมื่อวันที่ระบุในฟ้อง จำเลยกลับสมคบกันกรอกข้อความลงในใบมอบอำนาจนั้น เอานายเผือด พึ่งความชอบ สวมแทนจำเลยที่ ๑ โดยเจตนาให้จำเลยทุกคนพ้นความรับผิดที่จะต้องชำระราคาที่ดินต่อโจทก์ ซึ่งเมื่อจำเลยที่ ๒ รับโอนแล้วก็รีบขายให้ผู้อื่นต่อไป จนถึงวันฟ้อง โจทก์ยังไม่ได้รับราคาที่ดินเลย เมื่อทวงถามจำเลยก็ปฏิเสธ โจทก์จึงฟ้องเรียกร้องเอาจากจำเลย ดังนี้ เป็นฟ้องซึ่งแสดงชัดแจ้งซึ่งสภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับ ทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหานั้นแล้ว ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม
ส่วนข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์ได้รับเงินค่าที่ดินแล้ว พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 877/2502
นายประสิทธิ์ บูมา โจทก์
นายอนันท์ ประเสริฐกรรณ ที่ 1
นายอรุณ ทองปัตโชติ ที่ 2
นายวิรัช ประเสริฐกรรณ ที่ 3 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายประสิทธิ์ บูมา · 1 - นายอนันท์ ประเสริฐกรรณ ที่ · 2 - นายอรุณ ทองปัตโชติ ที่ · จำเลย - นายวิรัช ประเสริฐกรรณ ที่ 3 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สัญญา ธรรมศักดิ์ · สารรักษ์ประนาท · พิทักษ์มนูศาสตร์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายสวัสดิ์ พานิชอัตรา · ศาลอุทธรณ์ - หลวงวุฒินัยเนติศาสตร์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา