⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 997/2502

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 997/2502

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่เล็งเห็นผลว่าอาจถึงตาย แม้กระสุนปืนพลาดเป้าไปถูกส่วนอื่นของร่างกาย ก็ถือเป็นความผิดฐานพยายามฆ่าคน

ย่อคำพิพากษา

ทีแรกผู้เสียหายเอาแขนท้าวประตูรถจำเลย เห็นจำเลยเอื้อมมือหยิบวัตถุสีดำเข้าใจว่าปืน จึงเอี้ยวตัวหลบ พอดีจำเลยยิงถูกใต้ศอกซ้ายทะลุ การที่จำเลยยิงถูกผู้เสียหายขณะเอี้ยวตัวหลบ เห็นได้ว่าหมายยิงลำตัวซึ่งอยู่ในอาการเคลื่อนไหวไม่ใช่หมายยิงแขนโดยเฉพาะ ปืนเป็นอาวุธร้ายแรง การยิงสาดตรงไปที่ตัว ย่อมเล็งเห็นผลได้ว่าอาจถึงตาย เป็นกรณีเจตนาฆ่า เมื่อกระสุนปืนพลาดที่หมายไปถูกศอก จำเลยย่อมมีความผิดฐานพยายามฆ่าคน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีอาวุธปืนและกระสุนปืนไม่มีทะเบียนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และใช้ปืนยิงนายวิรัชโดยเจตนาฆ่า แต่กระสุนปืนไม่ถูกอวัยวะสำคัญ นายวิรัชจึงไม่ตายสมเจตนาของจำเลย ขอให้ลงโทษและขอให้นับโทษจากคดีแดงที่ ๒๑๑๔/๒๕๐๑ ของศาลอาญา จำเลยรับในข้อหาฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน และเป็นคน ๆ เดียวกับจำเลยคดีแดงที่ ๒๑๔๔/๒๕๐๑ ส่วนข้อหาฐานยิงนายวิรัช จำเลยว่ายิงโดยไม่มีเจตนาฆ่า เหตุที่ยิงเพราะนายวิรัชใช้มีจะแทง เป็นการยิงเพื่อป้องกันตัว ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยยืนห่างผู้เสียหายไม่เกิน ๑ ก้าว ขณะเกิดเหตุนายวิรัชเอามือซ้ายท้าวประตูรถ ข้อศอกซ้ายอาจห่างจากทรวงอก ถ้าจำเลยเจตนาฆ่า ย่อมสามารถเลือกยิงที่สำคัญกว่านี้ ได้ไม่ผิดพลาด จำเลยยิงนัดเดียว ไม่ยิงซ้ำ ทั้งที่กระสุนปืนยังเหลืออยู่อีก ๒ นัด เชื่อว่าจำเลยเพียงแต่เจตนาทำร้าย ไม่ใช่เจตนาฆ่า ส่วนข้อต่อสู้ว่า ป้องกันตัว ไม่น่าเชื่อ พิพากษาว่า จำเลยกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๕, ๓๗๑ พ.ร.บ. อาวุธปืนฯ พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๘, ๗๒ ให้ลงโทษตามกระทงหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๕ ให้จำคุกจำเลย ๘ เดือน นับโทษต่อจากโทษในคดีอาญาแดงที่ ๒๑๔๔/๒๕๐๑ โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยฐานพยายามฆ่าคน ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า การใช้อาวุธปืนยิงในระยะใกล้ในระดับเดียวกับแถวหน้าอก ต้องฟังว่ามีเจตนาฆ่า เพราะปืนเป็นอาวุธร้ายแรง การที่ไม่ยิงซ้ำเติมเป็นเรื่องยับยั้งในตอนหลัง หาใช่แสดงว่าไม่มีเจตนาฆ่าในการยิงครั้งแรกไม่ เรื่องนี้นายวิรัชเป็นผู้ก่อเรื่องและโกรธจำเลยถึงกับหยุดรถตัดหน้าไปท้าให้ลงจากรถ นายวิรัชได้ชกต่อยและตามไปจะชกต่อจำเลยอีก การที่จำเลยยิงนายวิรัชในขณะนั้น ถือว่ากระทำไปโดยบันดาลโทสะ ศาลลงโทษให้น้อยลงได้ ส่วนความผิดฐานมีอาวุธปืนไม่ได้รับอนุญาตจำเลยได้รับยกเว้น โทษตาม พ.ร.บ. อาวุธปืน ฯ พ.ศ. ๒๕๐๑ (ฉบับที่ ๑) จึงพิพากษาแก้ให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๐, ๗๒ ให้จำคุก ๓ ปี คำรับของจำเลยมีประโยชน์ต่อการพิจารณา ลดโทษให้ ๑ ใน ๓ ตามมาตรา ๗๘ เหลือโทษจำคุก ๒ ปีและให้นับโทษต่อจากคดีแดงที่ ๒๑๔๔/๒๕๐๑ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังว่า ที่แรกนายวิรัชเอาแขนท้าวประตูรถ เห็นจำเลยเอื้อมมือหยิบวัตถุสีดำเข้าใจว่าปืน จึงเอี้ยวตัวหลบ พอดีจำเลย พอดีจำเลยยิงถูกใต้ศอกซ้ายทะลุ การที่จำเลยยิงนายวิรัชขณะเอี้ยวตัวหลบ เห็นได้ว่า หมายยิงลำตัว ซึ่งอยู่ในอาการเคลื่อนไหว ไม่ใช่หมายยิงแขนโดยเฉพาะ ปืนเป็นอาวุธร้ายแรง การยิงสาดตรงไปที่ตัวย่อมเล็งเห็นผลได้ว่าอาจถึงตาย เป็นกรณีเจตนาฆ่า เมื่อกระสุนปืนพลาดที่หมายไป ถูกศอก จำเลยมีความผิดฐานพยายามฆ่าคน ดังคำวินิจฉัย ของศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 997/2502 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายบู้เอ็ง แซ่กวง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายบู้เอ็ง แซ่กวง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิชัยบัณฑิต · ประมูล สุวรรณศร · พิทักษ์มนูศาสตร์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายไฉน บุญยก · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสารกิจปรีชา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1560/2529ฎีกา 1597/2522ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 712/2559ฎีกา 2182/2567ฎีกา 226/2529ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1162/2508ฎีกา 729/2483ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 3237/2543ฎีกา 530/2483ฎีกา 18654/2555ฎีกา 2292/2540ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 1165/2537ฎีกา 5957/2530ฎีกา 693/2526ฎีกา 1189/2537ฎีกา 110/2513
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา