⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1069/2503

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1069/2503

ป.อาญา ม.68, 288

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่เกิดจากการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายนั้น ไม่ถือเป็นความผิด

ย่อคำพิพากษา

ผู้ตายเป็นคนหนุ่มอันธพาล มารุกรานฉุดคร่าบุตรสาว จำเลยถึงในบ้าน และยังจะใช้มีดฟันจำเลยอีก จำเลยจึงยิงเอา เพราะ ถ้าจะรอให้ผู้ตายเข้าทำร้ายถึงตัวเสียก่อนจำเลยก็คงไม่มีทางสู้ นั้น เป็นการป้องกัน โดยชอบด้วยกฎหมาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.68 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.68 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.288 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ โจทก์ฟ้องว่าจำเลยยังอาจใช้ปืนยิงนายแดง พลอินทร์ ตาย โดยเจตนา ขอให้ลงโทษประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ และริบปืนกับปลอกกระสุนปืน ของกลาง จำเลยให้การว่า ได้ยิงนายแดงตายจริง เพราะนายแดงเข้าไปฉุดลากบุตรสาวถึงในเรือน จำเลยเหลือที่จะอดกลั้นได้ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ ให้จำคุก ๑๖ ปี ลดโทษ ๑ ใน ๔ ตาม มาตรา ๗๘ เหลือโทษจำคุก ๑๒ ปีริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่า การที่จำเลยยิงผู้ตายก็โดยผู้ตายจะทำร้ายจำเลย เป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ ให้ยกฟ้อง อัยการโจทก์นางดวนโจทก์ร่วม ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ตามคำพยานโจทก์ ก็ได้ความว่าวันเกิดเหตุ ผู้ตายตั้งใจจะไปฉุดบุตรสาวจำเลยไปให้นายเปรื่องน้องชายผู้ตาย เมื่อไปถึงบ้านจำเลยก็ยังได้พูดกับบุตรชายจำเลย ว่า จะมาฉุดบุตรสาวจำเลย จึงเป็นอันพังได้ว่า ผู้ตายไปบ้านจำเลยตั้งใจจะไปฉุดคร่าลูกชายจำเลย ข้อที่ว่า จำเลยใช้ปืนยิงผู้ตาย เพราะผู้ตายฉุดคร่าบุตรสาวและบุตรสาวของจำเลยร้องให้ช่วย จำเลยถือปืนไปพบผู้ตายกำลัง ฉุดข้อมือบุตรสาวและผู้ตายตรงเข้ามาจะทำร้ายจำเลย ๆ จึงยิงเอานั้น น่าเชื่อวันเป็นจริง จำเลยเป็นคนชราอายุมาก ส่วนผู้ตายเป็นคนหนุ่มอันธพาล มารุกรานฉุดคร่าบุตรสาวจำเลยถึงบ้านเรือน และยังทำท่าจะต่อสู้ทำร้าจำเลยอีก ผู้ตายมีมีดอยู่ในมือถ้าจะรอให้ผู้ตายเข้าทำร้ายถึงตัวเสียก่อน จำเลยก็คงไม่มีทางสู้ เพราะผู้ตายหนุ่มแน่นแข็งแรงกว่า เมื่อตกอยู่ในฐานะเช่นนี้ ก็จำเป็นอย่างยิ่งที่จำเลยจะต้องใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายเพื่อป้องกันตัวไว้ก่อน เป็นเรื่องน่าเห็นใจจำเลย เพราะไม่มีทางที่จะหลีกเหลี่ยงได้ ศาลฎีกาเห็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำที่ป้องกันตนพอสมควรแก่เหตุ เป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๖๘ บัญญัติว่า ไม่มีความผิด ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมา ชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1069/2503 ิอัยการจังหวัดตรังและนางควน พลอินทร์ โจทก์ นายชำ แก้วพิทักษ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ิอัยการจังหวัดตรังและนางควน พลอินทร์ · จำเลย - นายชำ แก้วพิทักษ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)คร้าม สิวายะวิโรจน์ · ไชยเจริญ สันติศิริ · พิทักษ์มนูศาสตร์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดตรัง - นายจินดา บุญศิริ · ศาลอุทธรณ์ - นายยุ้ย อาตมียะนันท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 20504/2556ฎีกา 1597/2522ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 226/2529ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1162/2508ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 3237/2543ฎีกา 16867/2557ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 960/2559ฎีกา 1165/2537ฎีกา 5957/2530ฎีกา 1189/2537ฎีกา 110/2513ฎีกา 1215/2501ฎีกา 4903/2562ฎีกา 2632/2529ฎีกา 8534/2544ฎีกา 4344/2561ฎีกา 4952/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา