⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1172/2503

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1172/2503

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เงินค่าจ้างที่จ่ายเป็นรายเดือนมีอายุความ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 166

ย่อคำพิพากษา

เงินเดือนมีลักษณะเป็นเงินค่าจ้าง ทำงานนั่นเอง แต่มีลักษณะจ่ายเป็นรายเดือนจึงเรียกว่าเงินเดือน กำหนดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 165 (8) กับมาตรา 166 มีความสำคัญอยู่ที่ว่า เงินค่าจ้างนั้น มีกำหนดจ่ายเป็นกำหนดระยะเวลาหรือไม่ หากจ่ายเป็นกำหนดระยะเวลา ก็เข้ามาตรา 166 หากไม่มีกำหนดระยะเวลาก็เข้ามาตรา 165 (8)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.165 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.166

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า เมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๖ จำเลยจ้างโจทก์ให้เป็นผู้สอบบัญชี ตกลงให้ค่าจ้างโจทก์เดือนละ ๒๐๐ บาท โดยชำระเมื่อมีการสอบบัญชีเสร็จเป็นรายปี โจทก์ได้ทำการสอบบัญชีบริษัทของจำเลย ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๙๕ จึงถึง พ.ศ. ๒๔๙๘ รวม ๓ ปี โจทก์ควรได้ค่าจ้างรวม ๗,๒๐๐ บาท โจทก์ฟ้องเรียกเงินจำนวนนี้จากจำเลยพร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การต่อสู้ว่า ไม่ได้ค่าจ้าง โจทก์เป็นผู้สอบบัญชี และตัดฟ้องว่า คดีขาดอายุความ ศาลชั้นต้นงดสืบพยาน โจทก์จำเลย แล้วเห็นว่า คดีขาดอายุความตามมาตรา ๑๖๕ (๘) พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า คดียังไม่ขาดอายุความตามมาตรา ๑๖๕ (๘) จึงพิพากษายกฟ้องตามศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิพากษาใหม่ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า เงินเดือนมีลักษณะเป็นเงินค่าจ้าง ทำงานนั่นเอง แต่มีลักษณะจ่ายเป็นรายเดือนจึงเรียกว่าเงินเดือน กำหนดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๕ (๘) กับมาตรา ๑๖๖ มีความสำคัญอยู่ที่ว่า เงินค่าจ้างนั้น มีกำหนดจ่ายเป็นกำหนดระยะเวลาหรือไม่ หากจ่ายเป็นกำหนดระยะเวลา ก็เข้ามาตรา ๑๖๖ หากไม่มีกำหนดระยะเวลาก็เข้ามาตรา ๑๖๕ (๘) ตามฟ้องโจทก์อ้างว่า เงินรายนี้จ่ายกันเมื่อมีการสอบบัญชีเสร็จเป็นรายปี แต่ปีใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งปีสุดท้ายตะตรวจเสร็จถึงกำหนดชำระเงินค่าตรวจกันเมื่อใดยังไม่ปรากฏ จะด่วนชี้ขาดว่าฟ้องของโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ในบัดนี้ ไม่สมควร รูปคดีตามคำฟ้องของโจทก์และคำให้การของจำเลยสมควรดำเนินกระบวนพิจารณา พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1172/2503 ร้อยโทประภัสสร์ วรพิสิษฐ์ โจทก์ บริษัทแร่โยธา จำกัด โดยนายทองย้อย สรงประภา กับพวกเป็นกรรมการ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ร้อยโทประภัสสร์ วรพิสิษฐ์ · จำเลย - บริษัทแร่โยธา จำกัด โดยนายทองย้อย สรงประภา กับพวกเป็นกรรมการ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สอาด นาวีเจริญ · สัญญา ธรรมศักดิ์ · เจริญ ฤทธิศาสตร์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายประพนธ์ ศาตะมาน · ศาลอุทธรณ์ - นายวงษ์ วีระพงษ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1446/2512ฎีกา 1000/2496ฎีกา 2133/2531ฎีกา 6320/2541ฎีกา 2384/2536ฎีกา 275/2487ฎีกา 8498/2540ฎีกา 797/2509ฎีกา 1982/2519ฎีกา 1531/2526ฎีกา 5675/2530ฎีกา 2749/2532ฎีกา 1808/2512ฎีกา 131/2536ฎีกา 3748/2530ฎีกา 5594/2536ฎีกา 2750/2530ฎีกา 728/2529ฎีกา 2874/2535ฎีกา 2494/2531ฎีกา 3329/2536ฎีกา 1460/2524ฎีกา 3400/2532ฎีกา 3212/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา