⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6320/2541

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6320/2541

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ตัวแทนมีสิทธิเรียกเอาเงินที่ได้ทดรองจ่ายไปในกิจการอันตัวการมอบหมายแก่ตนจากตัวการ โดยมีอายุความสิบปี

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 1 แต่งตั้งโจทก์เป็นตัวแทนในการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งมีลักษณะเป็นสัญญาตัวแทนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 797 การที่โจทก์ฟ้องเรียกเงินที่ทดรองจ่ายแทนจำเลยที่ 1 กรณีจึงเป็นเรื่องตัวแทนเรียกเอาเงินที่ได้ทดรองจ่ายไปในกิจการอันตัวการมอบหมายแก่ตนจากตัวการ ตามมาตรา 816 วรรคหนึ่งซึ่งในกรณีดังกล่าวไม่มีกฎหมายบัญญัติอายุความไว้เป็นอย่างอื่นต้องใช้อายุความสิบปี ตามมาตรา 164(เดิม)ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับในขณะโจทก์ฟ้องคดีนี้ ไม่ใช่ กรณีที่โจทก์เป็นผู้ค้าในการรับทำการงานต่าง ๆ เรียกเอาค่าที่ได้ออกเงินทดรองจากจำเลยทั้งสอง ตามมาตรา 165(7)(เดิม)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.165 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.797 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.816

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน23,464,307.83 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปีในต้นเงิน 11,965,934.77 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การด้วยว่าโจทก์มิได้กระทำการในฐานะตัวแทนและนายหน้าของจำเลยทั้งสองจำเลยทั้งสองจึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ อย่างไรก็ดีโจทก์ฟ้องคดีนี้เกินกำหนด 2 ปี โจทก์ใช้สิทธิเรียกร้องเอาสินจ้างอันพึงจะได้รับในการสั่งซื้อสั่งขายหุ้น รวมทั้งค่าที่ได้ออกเงินทดรองไปเกิน 2 ปี คดีโจทก์จึงขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน6,034,039.56 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปีจากยอดเงิน 278,275 บาท นับแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2522 ถึงวันที่ 15 กันยายน 2523 จากยอดเงิน 341,960 บาท นับแต่วันที่5 พฤษภาคม 2522 ถึงวันที่ 15 กันยายน 2523 และจากยอดเงิน5,005,753 บาท นับแต่วันที่ 16 กันยายน 2523 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ให้นำเงิน 1,970,011.20 บาท มาหักหนี้ในวันที่ 3 พฤษภาคม 2522 กับนำเงินค่าขายหุ้นที่โจทก์ขายไปแต่ละจำนวนในวันที่ขายได้ตามฟ้องข้อ 3 รวม 8 รายการมาหักหนี้ให้จำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองในประการสุดท้ายว่า คดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ จำเลยทั้งสองฎีกาว่า ฝ่ายจำเลยตกลงให้โจทก์เป็นนายหน้ามิใช่ตัวแทนจึงต้องนำอายุความตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 165(7)(เดิม) มาปรับแก่คดีนั้นเห็นว่า จำเลยที่ 1 แต่งตั้งโจทก์เป็นตัวแทนในการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งการที่จำเลยที่ 1 แต่งตั้งโจทก์เป็นตัวแทนดังกล่าวมีลักษณะเป็นสัญญาตัวแทน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 797 ฉะนั้น การที่โจทก์ฟ้องเรียกเงินที่ทดรองจ่ายแทนจำเลยที่ 1 กรณีจึงเป็นเรื่องตัวแทนเรียกเอาเงินที่ได้ทดรองจ่ายไปในกิจการอันตัวการมอบหมายแก่ตนจากตัวการตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 816 วรรคหนึ่งซึ่งในกรณีดังกล่าวไม่มีกฎหมายบัญญัติอายุความไว้เป็นอย่างอื่นต้องใช้อายุความสิบปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 164(เดิม) ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับในขณะโจทก์ฟ้องคดีนี้ (ฟ้องวันที่ 30 พฤศจิกายน 2531) ไม่ใช่กรณีที่โจทก์เป็นผู้ค้าในการรับทำการงานต่าง ๆ เรียกเอาค่าที่ได้ออกเงินทดรองจากจำเลยทั้งสอง ตามมาตรา 165(7) ดังที่จำเลยทั้งสองอ้าง พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6320/2541 บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ นวธนกิจ จำกัด โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด เอสแอนด์เอ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ นวธนกิจ จำกัด · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัด เอสแอนด์เอ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อภิศักดิ์ พรวชิราภา · กนก พรรณรักษา · วิชา มั่นสกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 707/2507ฎีกา 5523/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 2675/2527ฎีกา 53/2525ฎีกา 735/2491ฎีกา 114/2536ฎีกา 1972/2500ฎีกา 1451/2512ฎีกา 6/2475ฎีกา 597/2534ฎีกา 2438/2535ฎีกา 6911/2544ฎีกา 2286/2517ฎีกา 6101/2539ฎีกา 1982/2519ฎีกา 5351/2538ฎีกา 1531/2526ฎีกา 5675/2530ฎีกา 1630/2509ฎีกา 2606-2616/2529ฎีกา 158/2509ฎีกา 2489/2528ฎีกา 85/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา