คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1972/2500
ย่อคำพิพากษา
เมื่อจำเลยมีชื่อในโฉนดที่ดินในฐานะตัวแทนเท่านั้นจำเลยจึงไม่มีฐานะ อะไรที่จะยกเอาอายุความขึ้นอ้าง เพื่อจะเอาที่ดินเป็นของตนเองเสียได้.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเป็นน้อง นางทองพูน ภริยาโจทก์ จำเลยกับภริยาโจทก์สมคบกันปิดบังซ่อนเร้นทรัพย์สินบริคณฑ์ โดยภริยาโจทก์เป็นผู้ซื้อที่ดินและตึกถนนรองเมือง อำเภอปทุมวัน จังหวัดพระนคร โฉนดเลขที่ ๓๙๙๘ และทำนิติกรรมอำพราง ลงชื่อจำเลยเป็นผู้ถือกรรมสิทธิในที่ดินนั้น ซึ่งที่แท้ไม่ใช่ของจำเลย ที่ดินพิพาทได้มาระหว่างโจทก์กับ นางทองพูน เป็นสามีภริยากัน จึงเป็นสินบริคณฑ์ ขอให้ศาลพิพากษาว่าที่พิพาทเป็นสินบริคณฑ์ ระหว่างโจทก์กับ นางทองพูน ให้จำเลยโอนโฉนดที่ดินนั้นมาลงชื่อโจทก์ และนางทองพูน หากจำเลยไม่โอนให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลสั่งให้หอทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าว
จำเลยต่อสู้ว่า นางอุบล มารดาจำเลยเป็นผู้ซื้อแล้ว โอนมาให้จำเลย ที่พิพาทเป็นของจำเลยโดยชอบด้วยกฎหมาย และตัดฟ้องว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความแล้ว
ศาลแพ่งพิพากษาว่าที่พิพาทไม่ใช่ของจำเลย เป็นของ นางทองพูน ซื้อมาในระหว่างเป็นสามีภริยากันกับโจทก์ จึงเป็นสินบริคณฑ์ พิพากษาว่าที่ดินโฉนดที่ ๓๙๙๘ เป็นสินบริคณฑ์ ถ้าจำเลยไม่โอน ให้ถือคำพิพากษาของศาลสั่งหอทะเบียนที่ดิน โอนกรรมสิทธิ ฯลฯ และศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงตามศาลชั้นต้นว่า ที่พิพาทไม่ใช่เป็นของจำเลย เป็นสินบริคนธ์ระหว่างโจทก์กับ นางทองพูน จำเลยมีชื่อในโฉนดในฐานะตัวแทน จึงไม่มีฐานะอะไรที่จะยกเอาอายุความขึ้นอ้างเพื่อจะเอาที่ดินเป็นของตนเองเสียได้ พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1972/2500
นายวิรัช พึ่งสุนทร โจทก์
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายวิรัช พึ่งสุนทร |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประมูล สุวรรณศร · ดุลยทรรศน์ปฏิภาณ · วิเทศจรรยารักษ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายธงไชย จาตุรงคกุล · ศาลอุทธรณ์ - หลวงวุฒิธรรมเนติกร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา