⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1551/2503

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1551/2503

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกล่าวข้อเท็จจริงอันเป็นประโยชน์แก่สาธารณชน หรือการติชมด้วยความสุจริตตามวิสัยของประชาชนทั่วไป ย่อมไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท การดูหมิ่นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 136 ต้องเป็นการกระทำต่อเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ หรือเพราะได้ปฏิบัติหน้าที่ หากเป็นการกระทำนอกเหนือหน้าที่แล้ว จะไม่เข้าข่ายความผิดตามมาตรานี้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยซึ่งเป็นครูใหญ่ประชาบาลกล่าวว่า ผู้เสียหายซึ่งเป็นนายอำเภอว่าไม่เป็นประชาธิปไตยโดยบังคับให้ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาเลือกคนที่ผู้เสียหายชอบ ถ้าใครไม่เลือกก็ไม่ขอเงินเดือนขึ้นให้ นั้น ถ้อยคำที่กล่าวนี้ ถ้าเป็นความจริง ก็ถือได้ว่า เป็นประโยชน์แก่สาธารณชน เพราะการเลือกตั้งผู้แทนราษฎรอันเป็นระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยนี้ต้องเป็นไปด้วยความสมัครใจของราษฎรผู้มีสิทธิ เลือกตั้ง อนึ่ง ที่จำเลยกล่าวว่า การทำทำนบผู้เสียหายไม่ทำตามคำพูด ทำงานไม่ขาวสะอาด นั้น เมื่อได้ความว่า ผู้เสียหายเป็นกรรมการขุดบ่อน้ำ ได้รับอนุมัติให้ใช้เงินขุดสระแต่ใช้ไปครึ่งเดียว จำเลยซึ่งเป็นกรรมการร่วมด้วยรวมทั้งผู้ใหญ่บ้านได้ขอให้ผู้เสียหายนำเงินที่เหลือมาทำทำนบเพื่อกักไว้บริโภค โดยผู้เสียหายตกลงจะซื้อปูนซิเมนต์ส่งมาให้ แต่ผู้เสียหายได้เอาเงินที่เหลือไปใช้จ่ายทางอื่นโดยมิได้ให้จำเลยทราบ การทำทำนบจึงไม่เสร็จ ถ้อยคำที่จำเลยกล่าวจึงเป็นการกล่าวโดยสุจริตและอยู่ในวิสัยของการติชม ไม่เป็นผิดฐานหมิ่นประมาท การกล่าวที่จะเป็นการดูหมิ่นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 136 ต้องเป็นเรื่องเจ้าพนักงานกระทำตามหน้าที่หรือเพราะได้กระทำการตามหน้าที่ ถ้าเป็นการนอกหน้าที่แล้ว กรณีหาเข้ามาตรานี้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.136 ประมวลกฎหมายอาญา ม.326 ประมวลกฎหมายอาญา ม.329 ประมวลกฎหมายอาญา ม.330 ประมวลกฎหมายอาญา ม.726 ประมวลกฎหมายอาญา ม.729

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้บังอาจกล่าววาจาหมิ่นประมาทใส่ความนายแคล้ว โกศลวรรธนะ นายอำเภอท่าลี่ซึ่งหน้าและต่อหน้าผู้มีชื่ออีกหลายคน และได้บังอาจร่วมกับราษฎรอีก ๙ คน ยื่นคำร้องทุกข์โฆษณากล่าวโทษหมิ่นประมาทใส่ความนายแคล้วต่อผู้ว่า ราชการจังหวัดเลย ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๖, ๓๒๘, ๑๗+, ๙๐, ๙๑ และ ๓๒๒ (๒) จำเลยให้การปฏิเสธต่อสู้ว่าการกระทำของจำเลยได้รับยกเว้นตามกฎหมาย ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๖, ๓๒๖ วางโทษจำคุก ๒ เดือน ปรับ ๖๐๐ บาท คำให้การของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดี ปรานีลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก ๑ เดือน ปรับ ๓๐๐ บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด ๑ ปี โจทก์จำเลยต่างอุทธรณ์รอศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ถ้อยคำของจำเลยที่กล่าวตามที่ศาลล่างฟังมา คือ :- ๑. ผู้เสียหายไม่เป็นประชาธิปไตย โดยบังเอิญให้ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาเลือกคนที่ผู้เสียหายชอบ ถ้าใครไม่เลือกก็ไม่ขอเงินเดือนขึ้นให้นั้น เห็นว่า ถ้อยคำที่จำเลยกล่าวนี้ ถ้าเป็นความจริง ก็ถือได้ว่า เป็นประโยชน์แก่สาธารณชน เพราะการเลือกตั้งผู้แทนราษฎรอันเป็นระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยนี้ต้องเป็นไปด้วยความสมัครใจของราษฎรผู้มีสิทธิ เลือกตั้ง ตามที่จำเลยนำสืบ มีเหตุผลให้น่าเชื่อว่า เป็นความจริง จำเลยจึงควรได้รับยกเว้นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๐ ๒. ส่วนข้อที่จำเลยกล่าวว่า การทำทำนบผู้เสียหายไม่ทำตามคำพูด ทำงานไม่ขาวสะอาด นั้นเล่า ตามท้องสำนวนก็ได้ความว่า จำเลยเป็นครูใหญ่โรงเรียนประชาบาลบ้านโคกใหญ่ และเป็นกรรมการหมู่บ้านช่วยเหลือผู้ใหญ่บ้านด้วย ส่วนผู้เสียหายก็เป็นกรรมการดำเนินการขุดบ่อน้ำ สระน้ำ และเป็นเจ้าพนักงานควบคุมดูแลราชการบริหารส่วนท้องที่ ในปี พ.ศ. ๒๔๙๘ ผู้เสียหายได้รับอนุมัติให้ใช้เงินจัดระบบอาชีพจำนวน ๔,๐๐๐ บาท ทำการขุดสระที่บ้านโคกใหญ่ได้ใช้จ่ายเงินไปเพียง ๒,๐๐๐ บาท ซึ่งจำเลยก็ได้เป็นกรรมการอยู่ด้วย จำเลยและผู้ใหญ่บ้านโคกใหญ่ได้ร้องขอผู้เสียหายให้นำเงินที่เหลือมาทำทำนมเพื่อกักน้ำไว้ บริโภค แต่โดยเหตุที่ผู้เสียหายได้กันเอาเงินที่เหลือจากการขุดสระไปทำการขุดบ่อน้ำที่อื่น จึงจัดซื้อปูนส่งมาทำทำนบรายนี้ได้เพียง ๒๐ ถุง และผู้เสียหายก็มิได้แจ้งเหตุให้จำเลยและราษฎรบ้านโคกใหญ่ทราบว่าเงินที่เหลือจากการขุดสระน้ำได้ใช้จ่ายไปทางอื่น ถ้อยคำที่จำเลยถือได้ว่า เป็นการกล่าวโดยสุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๙ และอยู่ในวิสัยของการติชมตามมาตรานั้น ด้วย การกระทำของจำเลยหาเป็นผิดฐานหมิ่นประมาทไม่ ส่วนในปัญหาที่ว่า การพูดของจำเลยจะเป็นการดูหมิ่นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๖ หรือไม่นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า ที่จะเป็นความผิดตามมาตรานี้ ต้องเป็นเรื่องเจ้าพนักงานกระทำการตามหน้าที่หรือเพราะได้กระทำการตามหน้าที่ แต่ในเรื่องเลือกตั้ง นายแคล้ว โกศาลวรรธนะ ได้บังคับให้ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาเลือกตั้งคนที่ผู้เสียหายต้องการ การกระทำเช่นนี้ เป็นการนอกหน้าที่กรณีจึงหาเข้ามาตรา ๑๓๖ ไม่ ส่วนที่จำเลยพูดเรื่องทำนบก็เป็นการกล่าวโดยสุจริตและอยู่ในวิสัยของการติชมธรรมดาในฐานะที่ผู้เสียหายก็เป็นกรรมการอยู่ด้วย ไม่ต้องด้วยมาตรา ๑๓๖ เช่นเดียวกัน จึงพิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1551/2503 อัยการจังหวัดเลย โจทก์ นายสุรพล พรหมภักดิ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดเลย · จำเลย - นายสุรพล พรหมภักดิ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประจักษ์ศุภอรรถ · การุณย์นราทร · อนุสสรนิติสาร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเลย - นายเกื้อ สิริตาม · ศาลอุทธรณ์ - นายเสรี ลิมปนันทน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1337/2524ฎีกา 1199/2557ฎีกา 782/2524ฎีกา 1920/2531ฎีกา 507/2539ฎีกา 4249/2542ฎีกา 2972-2973/2529ฎีกา 530/2515ฎีกา 3957/2529ฎีกา 4459/2551ฎีกา 5796/2567ฎีกา 1351/2567ฎีกา 3252/2543ฎีกา 3073/2523ฎีกา 2251/2516ฎีกา 541/2504ฎีกา 3901/2545ฎีกา 975/2531ฎีกา 2371/2522ฎีกา 291/2536ฎีกา 347/2519ฎีกา 4324/2552ฎีกา 426/2512ฎีกา 7651/2552
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา