คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 159/2503
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อบุคคลใดได้สละที่ดินของตนให้สาธารณชนใช้สัญจรไปมาเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินแล้ว บุคคลนั้นจะปิดกั้นหรือเรียกคืนสิทธิในการใช้สอยนั้นไม่ได้
ย่อคำพิพากษา
ฟ้องว่าจำเลยกีดขวางทางสาธารณะเมื่อข้อเท็จจริงได้ความตามที่ ศาลชั้นต้นเดินเผชิญสืบที่เกิดเหตุประกอบกับคำรับของคู่ความว่า ที่ดินของจำเลยอยู่ริมแม่น้ำ หน้าที่ดินของจำเลยมีทางเดินซึ่งสาธารณชนใช้เดินเลียบริมแม่น้ำมา 15 ปีแล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นอย่างใดที่จะต้องสืบพยานฟังข้อเท็จจริงต่อไป เพราะถึงแม้จะฟังตามฟ้องอุทธรณ์ของจำเลยว่า ทางเดินเดิมได้พังลงแม่น้ำไปหมดแล้ว ทางเดินใหม่ อยู่ในโฉนดของจำเลยก็ตาม เมื่อจำเลยได้สละสิทธิให้สาธารณะชนเดินมานานตั้ง 15 ปี จำเลยจะปิดกั้นเสียหาได้ไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้บังอาจทำรั้วไม่ไผ่ และใช้กิ่งไม้ปิดกั้นที่ชายตลิ่งข้างทางเดินอันเป็นที่สำหรับขึ้นลงท่าน้ำ ซึ่งเป็นที่สาธารณะ เป็นเหตุให้ประชาชนไม่อาจใช้ทางที่จำเลยปิดกั้นขึ้นลงท่าน้ำและถนนริมน้ำได้ ขอให้ลงโทษ
ศาลชั้นต้นเผชิญสืบที่เกิดเหตุตามคำขอร้องของคู่ความแล้วสั่งงดสืบพยานของทั้งสองฝ่ายเสีย พิพากษาว่า จำเลยทำรั้วกีดขวางทางจราจรซึ่งสาธารณชนจะใช้ขึ้นลงแม่น้ำน่าน จำเลยจึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๘๕ ให้ปรับ ๑๐๐ บาท
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่ายังมีข้อเท็จจริงที่จะต้องวินิจฉัยตามข้ออุทธรณ์ของจำเลย จึงพิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นสืบข้อเท็จจริงในประเด็นที่ว่า ที่ดินริมตลิ่งแม่น้ำน่านตรงที่จำเลยทำรั้วปิดนั้นเป็นที่สาธารณะหรือเป็นที่ดินของจำเลยแล้วพิพากษาไปตามกระวนตาม
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อเท็จจริงได้ความตามที่ศาลชั้นต้นเดินเผชิญสืบที่เกิดเหตุ ประกอบกับคำรับคู่ความว่า ที่ดินของจำเลยอยู่ริมแม่น้ำน่าน หน้าที่ดินของจำเลยมีทางเดินซึ่งสาธารณะใช้เดินเลียบริมแม่น้ำน่านมา ๑๕ ปี และจำเลยแถลงรับแล้วว่าทางเดินหน้าที่ดินของจำเลย สาธารณะชนได้ใช้เดินมา ๑๕ ปี แล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นอย่างใดที่จะต้องสืบพยานฟังข้อเท็จจริงต่อไป เพราะถึงแม้จะฟังตามฟ้องอุทธรณ์ของจำเลยว่า ทางเดินเดิมได้ฟังลงแม่น้ำไปหมดแล้ว ทางเดินใหม่อยู่ในโฉนดของจำเลยก็ตาม เมื่อจำเลยได้สละสิทธิให้สาธารณะชนเดิน มานานตั้ง ๑๕ ปีเช่นนี้ จำเลยจะปิดกั้นเสียหาได้ไม่ การกระทำของจำเลยจึงมีผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๘๕
พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 159/2503
พนักงานอัยการจังหวัดพิจิตร โจทก์
นางพร้อม เพ็ชร์สว่าง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดพิจิตร · จำเลย - นางพร้อม เพ็ชร์สว่าง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | บริรักษ์จรรยาวัตร · ไชยเจริญ สันติศิริ · จิตติ ติงศภัทิย์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดพิจิตร - นายอุทัย บูรณสมภพ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงเจริญฤทธิศาสตร์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา