คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1020/2503
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าของที่ดินปล่อยให้สาธารณชนใช้ที่ดินของตนเป็นทางสัญจรโดยเปิดเผยและต่อเนื่องเป็นเวลานาน โดยไม่มีการหวงห้าม ย่อมถือได้ว่าเป็นการอุทิศที่ดินนั้นให้เป็นทางสาธารณะโดยปริยาย
ย่อคำพิพากษา
ที่ดินของจำเลยเป็นที่ดินมือเปล่ามีทางพิพาทมาไม่น้อยกว่า 40 ปี สาธารณชนได้ใช้เดินเข้าสวนทุเรียนและชักลากไม้มาประมาณ 20 ปี ตั้งแต่เจ้าของเดิมก่อนจำเลย ไม่มีการหวงห้ามแสดงสิทธิใด ๆ เลย ดังนี้ ถือได้ว่าเป็นการอุทิศโดยปริยาย ให้เป็นทางสาธารณะแล้ว (อ้างฎีกาที่ 123/2483)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยปิดกั้น ทางสาธารณะขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๘๕
จำเลยให้การว่า ได้ลงหลักปักเสาในที่ดินของจำเลย ไม่ได้ทำผิดและไม่ได้โค่นไม้ปิด ทางสาธารณะ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง ให้ปรับจำเลย ๑๐๐ บาท
จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยได้ปิดกั้นทางพิพาทระหว่างที่สวนของจำเลยทั้งสองข้างทาง ทางเส้นนี้มีมาไม่น้อยกว่า ๔๐ ปี เป็นทางที่สาธารณชนได้ใช้เดินเข้าสวนทุเรียนและชักลากไม้มาประมาณ ๒๐ ปี ตั้งแต่เจ้าของเดิมก่อนจำเลย ไม่มีการหวงห้ามแสดงสิทธิใด ๆ เลย ที่ดินของจำเลยเป็นที่ดินมือเปล่าถือได้ว่าเป็นการอุทิศโดยปริยาย ให้เป็นสาธารณะ ศาลชั้นต้นพิพากษาชอบแล้ว
พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามศาลชั้นต้น
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1020/2503
อัยการจังหวัดนครศรีธรรมราช โจทก์
นายเอียด ภักดีชน กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการจังหวัดนครศรีธรรมราช · จำเลย - นายเอียด ภักดีชน กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จิตติ ติงศภัทิย์ · สารนัยประสาสน์ · พิบูลย์ไอศวรรย์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช - นายสมหมาย มณีรัตน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสนาม นิลกำแหง |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา