⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2904/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2904/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภททรัพย์สินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันนั้น ผู้ใดครอบครองย่อมมีสิทธิดีกว่าผู้อื่นตลอดเวลาที่ครอบครอง แต่หากผู้ครอบครองให้เช่า สิทธิดังกล่าวย่อมสิ้นไป และผู้เช่าย่อมมีสิทธิดีกว่าผู้อื่นต่อไป.

ย่อคำพิพากษา

สาธารณสมบัติของแผ่นดิน ประเภททรัพย์สินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันตาม ป.พ.พ. มาตรา 1304(2) นั้นผู้ใดหามีสิทธิครอบครองและมีกรรมสิทธิ์ไม่ คงมีแต่สิทธิดีกว่าผู้อื่น ซึ่งสิทธิดังกล่าวจะมีอยู่ตลอดเวลาที่ครอบครองเท่านั้นเมื่อผู้ครอบครองให้เช่า ที่ดินไปแล้วสิทธิดีกว่าผู้อื่นก็สิ้นไปโดยผู้เช่าย่อมเป็นผู้มีสิทธิดีกว่าผู้อื่นต่อไป.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1304

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ที่ 2 เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 1278 ร่วมกับผู้มีชื่อ หน้าที่ดินแปลงดังกล่าวมีที่ดินติดริมคลองซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ทั้งสอง ซึ่งให้นางบุปผาอุ่นจิตร เช่าปลูกบ้าน ต่อมานางบุปผาได้โอนกรรมสิทธิ์บ้านดังกล่าวให้จำเลย โจทก์ได้แจ้งจำเลยรื้อถอนบ้านออกไปจากที่ดินของโจทก์แต่จำเลยเพิกเฉยขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างของจำเลยออกไปจากที่พิพาท จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การว่าที่พิพาทไม่ได้เป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ทั้งสอง แต่เป็นที่สาธารณประโยชน์ โจทก์ไม่มีอำนาจนำที่ดินสาธารณประโยชน์ไปให้ผู้ใดเช่าได้ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากที่พิพาทหากจำเลยไม่รื้อถอน ให้โจทก์เป็นผู้จัดการรื้อถอน โดยให้จำเลยเป็นผู้ชดใช้ค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนทั้งหมด ขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากที่พิพาท จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่พิพาทเป็นส่วนหนึ่งของถนนลัดตะนงอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ประเภททรัพย์สินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1304(2) ผู้ใดหามีสิทธิครอบครองและมีกรรมสิทธิไม่ คงมีแต่สิทธิดีกว่าผู้อื่นซึ่งสิทธิดังกล่าวจะมีอยู่ตลอดเวลาที่ครอบครองเท่านั้น เมื่อผู้ครอบครองให้เช่าที่ดินไปแล้วสิทธิดีกว่าผู้อื่นก็สิ้นไปโดยผู้เช่าย่อมเป็นผู้มีสิทธิดีกว่าผู้อื่นต่อไป การที่โจทก์ให้นางบุปผาเช่า จึงเป็นการมอบการยึดถือครอบครองให้แก่นางบุปผาโจทก์ไม่ใช่ผู้ยึดถือที่พิพาทอีกต่อไปแล้ว จึงไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยผู้ครอบครองที่พิพาทได้ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เมื่อที่พิพาทเป็นที่สาธารณประโยชน์ โจทก์เป็นผู้ครอบครองที่พิพาทอยู่ก่อน ระหว่างเอกชนโจทก์ย่อมมีสิทธิในที่พิพาทดีกว่าผู้อื่นจึงมีสิทธิให้นางบุปผาเช่าได้ และจำเลยผู้รับโอนบ้านไม่มีสิทธิดีกว่านางบุปผา และให้ขับไล่จำเลยนั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา" พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2904/2530 นาง แสร์ เทียนกุล กับพวก โจทก์ นางสาว พุก มี สัมฤทธิ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง แสร์ เทียนกุล กับพวก · จำเลย - นางสาว พุก มี สัมฤทธิ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธิรพันธุ์ รัศมิทัต · ชูเชิด รักตะบุตร์ · สง่า ศิลปประสิทธิ์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1768/2548ฎีกา 367/2568ฎีกา 1405/2515ฎีกา 1331/2479ฎีกา 1532/2509ฎีกา 609/2522ฎีกา 3048/2537ฎีกา 948/2501ฎีกา 2775/2541ฎีกา 659/2529ฎีกา 2128/2542ฎีกา 3752/2529ฎีกา 1036/2506ฎีกา 2718/2538ฎีกา 1259/2496ฎีกา 337/2535ฎีกา 6620/2550ฎีกา 713/2512ฎีกา 1775-1776/2506ฎีกา 3473/2525ฎีกา 3803/2538ฎีกา 2978/2553ฎีกา 5832/2541ฎีกา 824-825/2511
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ