⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2518/2515

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2518/2515

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าของที่ดินยินยอมให้บุคคลทั่วไปใช้ที่ดินของตนเป็นทางสัญจรโดยสงบและเปิดเผยเป็นเวลาติดต่อกันนานพอสมควร อาจก่อให้เกิดภาระจำยอมโดยอายุความได้ หากการใช้สอยนั้นมีลักษณะเป็นการใช้เพื่อประโยชน์แก่อสังหาริมทรัพย์อื่น

ย่อคำพิพากษา

ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงแล้วว่า ทางพิพาทเป็นทางเดินซึ่งเจ้าของที่ดินอุทิศให้ทำถนนสาธารณะ เป็นทางสาธารณะ ฎีกามีใจความว่า ทางพิพาทเป็นภารจำยอมซึ่งคนในละแวกนั้นใช้เดินโดยเจ้าของที่ดินไม่ห้ามปรามเป็นทำนองว่าเจ้าของที่ดินไม่ได้อุทิศให้ไม่ใช่ทางสาธารณะนั้น เป็นการโต้เถียงในปัญหาข้อเท็จจริง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.218 ประมวลกฎหมายอาญา ม.360 ประมวลกฎหมายอาญา ม.385 ประมวลกฎหมายอาญา ม.386

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยขุดทำลายทางสาธารณะ อันเป็นทรัพย์ที่ใช้เพื่อสาธารณประโยชน์เป็นการทำให้เสียหาย ทำลาย และจำเลยปักไม้ไว้ในทางสาธารณะ เป็นการกีดขวางทางสาธารณะจนเป็นอุปสรรคต่อความสะดวกในการจราจรโดยมิได้รับอนุญาต ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 360, 385, 386 จำเลยให้การว่า ได้ขุดทำลายและปักไม้จริง แต่กระทำลงในที่มีเจ้าของ เจ้าของสั่งให้ทำ ไม่ใช่ที่สาธารณะ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่า ทางพิพาทเดิมเป็นทางเดิมระหว่างที่ดินนางฉาบ กับนายทวีป นายแปรง ต่อมา 6 ปีมาแล้ว นางฉายนายทวีปนายแปรงได้อุทิศที่ดินมอบให้ทำถนนสาธารณะ ขยายเข้ามาในเขตที่ดินของตน เป็นทางกว้างประมาณ 2 วา ยาวเท่าเดิม ราษฎร 10 กว่าครอบครัวใช้เดินในทางนี้ ทางพิพาทจึงเป็นทางสาธารณะ จำเลยขุดทำลายและปักไม้ลงไปทั้งที่รู้ว่าเป็นทางสาธารณะ พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 360, 385, 386 ให้ลงโทษตามมาตรา 360 ซึ่งเป็นบทที่หนักที่สุด จำคุก 1 ปี ปรับ 3,000 บาท ลดโทษให้หนึ่งในสามตามมาตรา 78 คงเหลือจำคุก 8 เดือน ปรับ 2,000 บาท โทษจำคุกรอไว้มีกำหนด 2 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์คงฟังว่า ทางพิพาทเป็นทางสาธารณะ แต่เห็นว่าควรลงโทษน้อยลงพิพากษาแก้ให้จำคุก 3 เดือน และปรับ 1,500 บาท ลดโทษหนึ่งในสาม คงจำคุก 2 เดือน และปรับ 1,000 บาท นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกาว่า ทางพิพาทเป็นทางภารจำยอม ไม่ใช่ทางสาธารณะ ศาลฎีกาตรวจสำนวนแล้วเห็นว่า ถ้าคดีมีปัญหาแต่เฉพาะข้อกฎหมายในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายนั้น ศาลฎีกาจะต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 222 คดีนี้ ศาลอุทธรณ์ได้ฟังข้อเท็จจริงแล้วว่า ทางพิพาทเป็นทางเดินซึ่งเจ้าของที่ดินอุทิศให้ทำถนนสาธารณะ เป็นทางสาธารณะ ที่จำเลยฎีกามีใจความว่าทางพิพาทเป็นทางภารจำยอม ซึ่งคนในละแวกนั้นใช้เดินโดยเจ้าของที่ดินไม่ห้ามปราม เป็นทำนองว่าเจ้าของที่ดินไม่ได้อุทิศให้ไม่ใช่ทางสาธารณะนั้น เป็นการโต้เถียงในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัย พิพากษายกฎีกาจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2518/2515 พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดปากพนัง โจทก์ นางเพิ่ม บัวแก้ว จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดปากพนัง · จำเลย - นางเพิ่ม บัวแก้ว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กฤษณ์ โสภิตกุล · อุดม เพชรคุปต์ · พิชัย รชตะนันทน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 99/2541ฎีกา 1047/2498ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1588/2479ฎีกา 10648/2554ฎีกา 4276/2534ฎีกา 3300/2552ฎีกา 164/2553ฎีกา 1638/2492ฎีกา 6416/2541ฎีกา 1209/2523ฎีกา 395/2484ฎีกา 2963/2535ฎีกา 1254/2494ฎีกา 9076/2558ฎีกา 540/2485ฎีกา 132/2481ฎีกา 149/2521ฎีกา 34/2491ฎีกา 1230/2515ฎีกา 472/2539ฎีกา 3107/2533ฎีกา 2772/2539ฎีกา 203/2511
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา