⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1230/2515

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1230/2515

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่เพียงแต่แปรรูปไม้ให้เป็นรูปเรือนแพเพื่อพรางหรือลวงโดยเจตนาหลีกเลี่ยงกฎหมายและเพื่อสะดวกแก่การขนย้าย ไม่ถือเป็นสิ่งปลูกสร้างตามความหมายแห่งพระราชบัญญัติป่าไม้

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 1 ปี ปรับ 2,000 บาทแต่ให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ลงโทษจำคุกจำเลยสถานเดียว แต่ไม่รอการลงโทษ จึงเป็นการแก้ไขมาก จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ ไม้ทุกชิ้นที่สร้างเรือนแพของจำเลยไม่ได้ไสกบเลย พื้นเรือนตีตะปูยึดกับตงไว้ที่หัวและท้ายเพียงบางแผ่นตงก็ใช้ไม้ขนาดเดียวกับไม้พื้น ชานเรือนใช้ไม้ปูซ้อนล้ำกันถึง 1 วา ฝากั้นห้องไม่เสมอกันและปล่อยยื่นออกมานอกเสา การตั้งวงกบประตูหน้าต่างก็เพียงแต่ตีชนกันไว้ ไม่ได้เข้าไม้ให้แน่นหนา หัวเสาที่รับอะเสไม่ได้บากหรือหยักหัวเสาให้รับกัน มีแต่ตะปูตีไว้ไม่มั่นคงแข็งแรง ลูกบวบที่รองรับเรือนแพก็ผูกไว้ไม่แน่นหนาสมกับจะเป็นที่อยู่อาศัย ดังนี้ ถือได้ว่าเป็น ไม้แปรรูปที่ทำขึ้นเพียงให้เป็นรูปเรือนแพเพื่อพรางหรือลวงโดยเจตนาหลีกเลี่ยงกฎหมาย และเพื่อสะดวกแก่การขนย้ายหาใช่เป็นไม้ที่อยู่ในสภาพของสิ่งปลูกสร้างตาม ความหมายแห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2503 มาตรา 4 ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.218 พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2503 ม.4 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.4 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.48 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.73

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีไม้สักแปรรูป 18 เหลี่ยม กับ 135 แผ่น รวมเป็นเนื้อไม้ 8.83 ลูกบาศก์เมตร ไว้ในครอบครองภายในเขตควบคุมการแปรรูปไม้ โดยมิได้รับอนุญาต โดยจำเลยทำพรางให้มีลักษณะคล้ายเรือนแพหนึ่งหลัง ทำไว้เป็นการชั่วคราว ยังไม่สำเร็จรูปไม่สามารถอยู่อาศัยตามปกติได้ มิได้เจตนาทำไว้เพื่ออยู่อาศัยโดยแท้จริง แต่ทำพรางไว้เพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมายและมิใช่ไม้ที่อยู่ในสภาพเป็นสิ่งปลูกสร้างหรืออยู่ในสภาพเป็นเครื่องใช้ ทั้งไม่เคยอยู่ในสภาพเช่นนั้นมาแล้ว เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมด้วยไม้สักแปรรูปดังกล่าว สังกะสีและไม้ไผ่ทำเป็นแพลูกบวบ 8 ลูกบวบ ๆ ละ 120 ลำ ซึ่งจำเลยใช้ในการกระทำผิด และใช้เป็นอุปกรณ์ให้ได้รับผลในการกระทำความผิดเป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 7, 48, 73, 74, 74 ทวิ; (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2503 มาตรา 5, 17, 18 และริบของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า เรือนแพของกลางไม่อยู่ในสภาพเป็นสิ่งปลูกสร้างยังเป็นไม้แปรรูป จำเลยมีไว้ในครอบครองเป็นความผิด ส่วนสังกะสีที่ใช้มุงหลังคาเรือนแพของกลางและลูกบวบไม้ไผ่ที่รับรองเรือนแพนั้น ไม่ใช่อุปกรณ์ในการกระทำผิด ไม่ควรริบ พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 7, 48, 73, 74; (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2503 มาตรา 5, 17 ลงโทษจำคุก 1 ปี ปรับ 2,000 บาท รอโทษจำคุกไว้ 2 ปี ริบไม้ของกลางและยกคำขออื่น โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยสถานหนัก ไม่ควรรอการลงโทษและให้ลงโทษปรับสูงขึ้น จำเลยอุทธรณ์ว่า เรือนแพของกลางมีสภาพเป็นสิ่งปลูกสร้างถาวร ไม่ใช่ไม้แปรรูป ศาลอุทธรณ์ฟังว่า เรือนแพของกลางเป็นไม้แปรรูป ไม้มีจำนวนมากและได้กระทำเป็นรูปเรือนแพเพื่อลวงหรือพรางโดยเจตนาจะหลีกเลี่ยงกฎหมาย เพื่อหวังประโยชน์ตน มิได้คำนึงถึงความเสียหายแก่ส่วนรวมพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลย 1 ปี โดยไม่ปรับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกาว่า เรือนแพของกลางมีสภาพเป็นสิ่งปลูกสร้าง หากจำเลยผิด ก็ขอให้รอการลงโทษ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลย 1 ปี ปรับ 2,000 บาท แต่ให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ให้ลงโทษจำคุกจำเลยสถานเดียวแต่ไม่รอการลงโทษ จึงเป็นการแก้ไขมาก จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ปัญหาว่าเรือนแพของกลางเป็นไม้ที่อยู่ในสภาพเป็นสิ่งปลูกสร้างตามความหมายในพระราชบัญญัติป่าไม้หรือไม่ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ไม้ทุกชิ้นที่ใช้ปลูกสร้างเรือนแพของกลางนี้ไม่ได้ไสกบเลย พื้นเรือนตีตะปูยึดกับตงไว้ที่หัวและท้ายเพียงบางแผ่นเท่านั้น ตงก็ใช้ไม้ขนาดเดียวกับพื้นที่ชานเรือนใช้ไม้ปูซ้อนล้ำกันถึง 1 วาเกินความจำเป็น ฝากั้นห้องไม่สม่ำเสมอกัน และปล่อยยาวออกมานอกเสา การตั้งวงกบประตูหน้าต่างเพียงตีชนกันไว้ไม่ได้เข้าไม้ให้แน่นหนา หัวเสาที่รับกับอะเสไม่ได้บากหรือหยักหัวเสาให้รับกัน มีแต่ตะปูตีไว้ไม่มั่นคงแข็งแรง ลูกบวบที่รองรับเรือนแพผูกไว้ไม่แน่นหนาสมกับจะเป็นเรือนแพที่อยู่อาศัย ฯลฯ ดังนี้ เห็นได้ชัดว่าได้ทำขึ้นเพียงให้เป็นรูปเรือนแพเพื่อพรางหรือลวงโดยเจตนาจะหลีกเลี่ยงกฎหมายและเพื่อสะดวกแก่การขนย้ายไป หาใช่เป็นไม้ที่อยู่ในสภาพเป็นสิ่งปลูกสร้างตามความหมายแห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2503 มาตรา 4 อย่างใดไม่ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1230/2515 พนักงานอัยการจังหวัดกำแพงเพชร โจทก์ นายชุมพร ด้วงพันธ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดกำแพงเพชร · จำเลย - นายชุมพร ด้วงพันธ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิชัย รชตะนันทน์ · บุณยเกียรติ อรชุนะกะ · เพรียบ หุตางกูร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1483/2503ฎีกา 99/2541ฎีกา 1047/2498ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1588/2479ฎีกา 10648/2554ฎีกา 4276/2534ฎีกา 3300/2552ฎีกา 164/2553ฎีกา 1638/2492ฎีกา 6416/2541ฎีกา 1209/2523ฎีกา 395/2484ฎีกา 2963/2535ฎีกา 8297/2540ฎีกา 1254/2494ฎีกา 1459/2511ฎีกา 9076/2558ฎีกา 540/2485ฎีกา 132/2481ฎีกา 149/2521ฎีกา 591/2487ฎีกา 34/2491ฎีกา 472/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา