⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 819/2503

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 819/2503

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การทำไม้โดยเจ้าหน้าที่ป่าไม้เพื่อประโยชน์ในการบำรุงป่า และได้ทำสัญญาให้เอกชนรับจ้างตัดฟันชักลากและขายไม้ ถือเป็นการทำและชักลากออกจากป่าโดยชอบด้วยกฎหมาย ไม่ต้องขออนุญาตตามมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 * มาตรา 38 แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 ใช้บังคับกับการเคลื่อนย้ายไม้ที่ได้ทำตามใบอนุญาตแล้ว หรือไม้ที่ต้องรับอนุญาตแต่ยังไม่ได้ถึงด่านป่าไม้ด่านแรกเท่านั้น หากเป็นการเคลื่อนย้ายไม้ที่ไม่ได้ทำโดยมีใบอนุญาตและยังไม่ถึงด่านป่าไม้ด่านแรก ย่อมไม่เป็นความผิดตามมาตราดังกล่าว * การแปรรูปไม้ที่กระทำที่ตอไม้โดยถูกต้องตามที่ยกเว้นไว้ในมาตรา 50 (1) แห่งพระราชบัญ

ย่อคำพิพากษา

ไม้ของกลางได้ทำตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 17 (1) ซึ่งป่าไม้เขตเป็นเจ้าหน้าที่ทำเพื่อประโยชน์ในการบำรุงป่า โดยทำสัญญาให้บริษัทอุดมวนผลจำกัด รับจ้างตัดฟันชักลากออกจากป่าแล้วจะขายไม้ให้บริษัท การทำไม้รายนี้จึงเป็นการทำและชักลากออกจากป่าโดยไม่อยู่ในบังคับของมาตรา 11 ที่ว่าต้องรับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ มาตรา 38 ไม่ใช่บทบังคับเรื่องชักลากไม้ออกจากป่า แต่เป็นบทบัญญัติเรื่องการนำไม้เคลื่อนที่หลังจากนำไม่ที่ทำออกตามใบอนุญาตไปถึงที่อันระบุไว้ในใบอนุญาต กับหลังจากนำไม่ที่ทำออกโดยไม้ต้องรับอนุญาตไปถึงด่านป่าไม้ด่านแรกแล้ว ไม่ใช่บทบัญญัติเพียงแต่นำไม้เคลื่อนที่โดยไม่มีใบอนุญาตเท่านั้น เมื่อไม้รายนี้ไม่ใช่ไม้ที่ทำโดยมีใบอนุญาต จึงไม่มีที่ระบุให้นำไปตามใบอนุญาต ทั้งไม่ใช่ไม้อื่นที่ไม่ใช่ไม้หวงห้ามอ้นจะทำได้โดยไม่ต้องรับอนุญาตตาม มาตรา 25 กับทั้งยังไม่ถึงด่านป่าไม้ด่านแรก กรณีเช่นนี้ ไม่ผิดฐานนำไม้ เคลื่อนที่ตาม มาตรา 38 การแปรรูปไม้ ถ้าทำที่ตอโดยถูกต้องตามที่ยกเว้นไว้ใน มาตรา 50 (1) ย่อมไม่อยู่ในความมุ่งหมายของบทบัญญัติที่ควบคุมการแปรรูปไม้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.11 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.17 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.25 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.38

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยสมคบกันใช้ผู้อื่นชักลากล่องเคลื่อนย้ายไม้เดี่ยว ซึ่งเป็นไม้หวงห้าม ๒๖๒ แผ่น ปริมาณ ๒๕.๔๕ ลูกบาศก์เมตร ออกจากป่า โดยไม่มีใบเบิกทางและไม่รับอนุญาตนำไม้ล่วงด่านป่าไม้ โดยไม่แจ้งต่อเจ้าพนักงานด่านป่าไม้ สมคบกันแปรรูปไม้และมีไว้โดยไม่รับอนุญาต สมควรกันมีตราไม้เอกชนโดยไม่จดทะเบียนและใช้ตราประทับไม้ผิดพระราชบัญญัติป่าไม้ ขอให้ลงโทษและริบไม้กับตราของกลาง จำเลยทั้งสองปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่า ในข้อหาชักลากไม้ไม่มีใบเบิกทางนั้น ไม้รายนี้เจ้าพนักงานนำออกตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๑๗ ข้อ ๑ ในการบำรุงป่า ไม่ต้องมีใบอนุญาต ไม่อยู่ในบังคับของมาตรา ๓๘ ทั้งยังไม่ผ่านด่านป่าไม้ จึงไม่ผิดฐานนี้ ในข้อหาฐานแปรรูป และมีไม้แปรรูป การอนุญาตให้แปรรูปไม้ตามที่จำเลยขอนี้ ไม่ได้กระทำโดยพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามกฎกระทรวง จำเลยไม่พ้นผิด ในข้อหาฐานมีและใช้ตราเอกประทับไม้โดยไม่จดทะเบียนนั้น ตรา อ.ว.ย. เป็นของบริษัทได้จดทะเบียนไม่แล้ว ต่อมามีกฎกระทรวงฉบับที่ ๑๒ ให้จดทะเบียนใหม่ภายใน ๑ ปี ซึ่งต้องกระทำก่อนวันที่ ๑๘ เมษายน ๒๔๙๙ ฟ้องระบุวันใช้ตราคาบเกี่ยวตั้งแต่ก่อนวันดังกล่าว จึงไม่แน่ว่าจำเลยกระทำผิดหลังจากที่ต้องนำตราไปจะทะเบียน เอาโทษจำเลยไม่ได้ ศาลชั้นต้นพิพากษาจำเลยทั้งสองผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๔๘ วางโทษตามฉบับที่ ๓ พ.ศ. ๒๔๙๔ มาตรา ๗๓ ปรับคนละ ๒๐๐ บาท ไม้ของกลางเป็นของทางราชการทำ จึงไม่ริบ โจทก์จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ข้อหาฐานนำไม้เคลื่อนที่และใช้ตราไม่จดทะเบียนนั้น ศาลชั้นต้นวินิจฉัยชอบแล้ว ส่วนข้อหาฐานแปรรูปไม้นั้น แม้จะถือว่า เป็นการทำโดยไม่ได้รับอนุญาตอันถูกต้องตามกฎหมาย จำเลยก็สำคัญผิดในข้อเท็จจริงว่าได้รับอนุญาตให้ทำได้แล้ว จึงไม่ควรมีผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๖๒ วรรคแรก พิพากษาแก้ให้ยกฟ้อง โจทก์ทั้งหมด ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว คดีนี้รับกันว่า ไม้รายนี้ได้ทำตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๑๗ (๑) ซึ่งป่าไม้เขตเป็นเจ้าหน้าที่ทำเพื่อประโยชน์ในการบำรุงป่า โดยทำสัญญาให้บริษัทอุดมวนผลจำกัด รับจ้างตัดฟันชักลากออกจากป่าแล้วจะขายไม้ให้บริษัท การทำไม้รายนี้จึงเป็นการทำและชักลากออกจากป่าโดยไม่อยู่ในบังคับของมาตรา ๑๑ ที่ว่าต้องรับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ข้อหาฐานนำไม้เคลื่อนที่ตาม มาตรา ๓๘ โจทก์ฎีกาว่า ข้อสำคัญอยู่ที่จำเลยได้เคลื่อนย้ายไม้โดยไม่รับอนุญาตเท่านั้นที่เป็นความผิด ศาลฎีกาเห็นว่า มาตรา ๓๘ ไม่ใช่บทบังคับเรื่องชักลากไม้ออกจากป่า แต่เป็นบทบัญญัติเรื่องการนำไม้เคลื่อนที่หลังจากนำไม่ที่ทำออกตามใบอนุญาตไปถึงที่อันระบุไว้ในใบอนุญาต กับหลังจากนำไม่ที่ทำออกโดยไม้ต้องรับอนุญาตไปถึงด่านป่าไม้ด่านแรกแล้ว ไม่ใช่บทบัญญัติเพียงแต่นำไม้เคลื่อนที่โดยไม่มีใบอนุญาตเท่านั้น เมื่อไม้รายนี้ไม่ใช่ไม้ที่ทำโดยมีใบอนุญาต จึงไม่มีที่ระบุให้นำไปตามใบอนุญาต ทั้งไม่ใช่ไม้อื่นที่ไม่ใช่ไม้หวงห้ามอ้นจะทำได้โดยไม่ต้องรับอนุญาตตาม มาตรา ๒๕ กับทั้งยังไม่ถึงด่านป่าไม้ด่านแรก จึงไม่มีทางที่จะพิจารณาความผิดของจำเลยตามบทกฎหมายนี้ ข้อหาฐานแปรรูปไม้ โดยไม่รับอนุญาตซึ่งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัย แตกต่างกันมานั้น ศาลฎีกาเห็นว่า การแปรรูปไม้ ถ้าทำที่ตอโดยถูกต้องตามที่ยกเว้นไว้ใน มาตรา ๕๐ (๑) ย่อมไม่อยู่ในความมุ่งหมายของบทบัญญัติที่ควบคุมการแปรรูปไม้ดังฟ้อง ส่วนข้อหาฐานใช้ตราเอกชนโดยไม่จดทะเบียนนั้น ศาลฎีกาเห็นฟ้องด้วยคำวินิจฉัยของศาลล่าง พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 819/2503 อัยการจังหวัดสุราษฏร์ธานี โจทก์ นายอุดม มารัญพาลที่ 1 นายจัด วิชัยดิษฐ์ ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดสุราษฏร์ธานี · 1 - นายอุดม มารัญพาลที่ · จำเลย - นายจัด วิชัยดิษฐ์ ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จิตติ ติงศภัทิย์ · สารนัยประสาสน์ · พิบูลย์ไอศวรรย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี - นายเสลา พัมพานนท์ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงพิชัยบัณฑิต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6988/2540ฎีกา 1810/2505ฎีกา 8297/2540ฎีกา 339/2519ฎีกา 282/2507ฎีกา 219/2532ฎีกา 934-936/2505ฎีกา 2572/2544ฎีกา 527/2532ฎีกา 1018/2496ฎีกา 2402/2534ฎีกา 3587/2530ฎีกา 4643/2540ฎีกา 1596/2523ฎีกา 1118/2541ฎีกา 2793/2515ฎีกา 1391/2493ฎีกา 4540/2547ฎีกา 399/2517ฎีกา 7719/2538ฎีกา 1239/2502ฎีกา 871/2506ฎีกา 2194/2538ฎีกา 997/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา