คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7719/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การวินิจฉัยว่าบทกฎหมายใดมีโทษหนักกว่ากัน ให้ถือตามลำดับที่วางไว้ใน ป.อ. มาตรา 18 หากเป็นโทษในลำดับเดียวกัน ให้ถือบทที่มีอัตราโทษขั้นสูงกว่าเป็นเกณฑ์ และเมื่อใช้บทบัญญัติที่มีโทษหนักแล้ว ให้ใช้บทดังกล่าวเป็นบทลงโทษแต่เพียงบทเดียว
ย่อคำพิพากษา
การวินิจฉัยว่าบทกฎหมายใดมีโทษหนักกว่ากัน ต้องถือตามลำดับที่วางไว้ใน ป.อ.มาตรา 18 ถ้าเป็นโทษในลำดับเดียวกันต้องถือบทที่มีอัตราโทษขั้นสูงกว่าเป็นเกณฑ์ เมื่อ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 มาตรา 54วรรคหนึ่ง กำหนดอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่ พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 31 วรรคหนึ่งกำหนดอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 5 ปี และปรับตั้งแต่ 5,000 ถึง50,000 บาท โทษจำคุกตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 มาตรา54 วรรคหนึ่ง จึงเป็นบทหนักกว่า และเมื่อใช้บทบัญญัติที่มีโทษหนักแล้ว ก็ใช้บทดังกล่าวเป็นบทลงโทษแต่บทเดียว ถึงแม้บทหนักจะไม่มีโทษขั้นต่ำ แต่บทเบากว่ามีโทษขั้นต่ำศาลก็ชอบที่จะลงโทษตามบทที่หนักโดยไม่ต้องคำนึงถึงโทษขั้นต่ำในบทที่เบากว่า
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 ม.14 พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 ม.31 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.11 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.73 พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ม.38 พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ม.54 รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดศรีสะเกษ · พันธ์บุปผาหรือพันบุปผา - นายบุญจันทร์ · จำเลย - กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ปรีชา บูรณะไทย · บุญธรรม อยู่พุก · ณรงค์ ตันติเตมิท |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดศรีสะเกษ - นายชวลิต ช่างสลัก · ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ - นายนึก หนูเจริญ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา