คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 314/2504
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. คำแปลเอกสารภาษาต่างประเทศที่โจทก์รับรองว่าถูกต้องและส่งต่อศาล เมื่อไม่มีการโต้แย้งหรือขอแก้ไขก่อนเสร็จสำนวน ย่อมต้องถือเป็นยุติ ศาลจะรับรู้ต้นฉบับภาษาต่างประเทศว่ามีข้อความอย่างไรไม่ได้
2. แม้จำเลยจะไม่ได้นำสืบโต้แย้งจำนวนค่าเสียหาย ก็เป็นหน้าที่ของโจทก์ผู้กล่าวอ้างจะต้องนำสืบโดยตลอด
3. กรณีที่พยานบุคคลให้การเรื่องจำนวนค่าเสียหายตรงตามที่โจทก์ฟ้อง แต่คำแปลเอกสารคิดได้เป็นจำนวนน้อยกว่า ให้ถือเป็นที่สงสัยและยกประโยชน์ให้แก่จำเลย
ย่อคำพิพากษา
คำแปลเอกสารภาษาต่างประเทศที่โจทก์รับรองว่าถูกต้องและอ้างส่งต่อศาลนั้น เมื่อไม่มีการโต้แย้งหรือขอแก้ไขก่อนเสร็จสำนวน ย่อมต้องถือเป็นยุติ ศาลจะรับรู้ต้นฉบับภาษาต่างประเทศว่ามีข้อความอย่างไร ไม่ได้ กรณีต่างกับสำเนาเอกสารที่มีต้นฉบับ (เป็นภาษาไทย) ในสำนวนซึ่งศาลย่อมตรวจดูต้นฉบับได้
ในเรื่องฟ้องเรียกค่าเสียหายนั้น แม้จำเลยจะไม่ได้นำสืบโต้แย้งจำนวนค่าเสียหายก็เป็หน้าที่ของโจทก์ผู้กล่าวอ้างจะต้องนำสืบโดยตลอด จำเลยไม่ต้องยกเป็นประเด็นขึ้นต่อสู้ในเรื่องจำนวนค่าเสียหายมากน้อยเพียงใด
พยานบุคคลให้การเรื่องจำนวนค่าเสียหายตรงตามที่โจทก์ฟ้อง แต่คำแปลเอกสารคิดได้เป็นจำนวนน้อยกว่า ศาลถือว่ากรณีเป็นที่สงสัย ยกประโยชน์ให้แก่จำเลยผู้ต้องเสียในมูลหนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 11
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าโจทก์ทำสัญญาซื้อไม้ยางจากจำเลย กำหนดให้ส่งไม้ตามกำหนดในสัญญา แต่จำเลยไม่ส่งให้ตามกำหนดเป็นเหตุให้โจทก์จำต้องซื้อไม้จากผู้อื่นแพงไป ๑๗,๒๕๐ บาท จึงฟ้องขอให้จำเลยชำระเงินจำนวนนี้
จำเลยให้การว่าโจทก์เองเป็นฝ่ายผิดสัญญา ไม่มีอำนาจฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยค่าเสียหายไม่ควรจะคิดเท่าที่โจทก์ฟ้อง
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงเช่นเดียวกันว่า จำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญา พิพากษาให้จำเลยชำระเงิน ๑๗,๒๕๐ บาท
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยผิดสัญญาจริง แต่เห็นว่าตามคำแปลเอกสารที่โจทก์ส่งศาลนั้น มีตัวเลขราคาไม้ที่ซื้อคำนวณได้ว่ามีราคาแพงขึ้นเพียง ๑๑,๒๕๐ บาท คำแปลเอกสารภาษาต่างประเทศที่โจทก์รับรองว่าถูกต้องและอ้างส่งเป็นพยานต่อศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๔๖ นั้น เมื่อไม่มีการโต้แย้งหรือขอแก้ไขประการใดก่อนเสร็จสำนวน ย่อมต้องถือยุติเป็นพยานหลักฐานของโจทก์ในสำนวนความ ศาลจะรับรู้ต้นฉบับภาษาต่างประเทศว่ามีข้อความอย่างไรไม่ได้ ฉะนั้น ในเรื่องนี้ ถึงแม้พยานบุคคลของโจทก์จะให้การถึงจำนวนค่าเสียหายตรงตามที่โจทก์ฟ้อง แต่ศาลฎีกาเห็นว่า กรณีต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๑ คือ ในกรณีที่มีข้อสงสัย ให้ตีความในทางที่เป็นคุณแก่ฝ่ายซึ่งจะเป็นผู้ต้องเสียในมูลหนี้ แม้ว่าจำเลยจะมิได้นำสืบโต้แย้งราคาไม้ไว้ ศาลฎีกาก็เห็นว่า ค่าเสียหายจะมีมากน้อยเพียงใดนั้น เป็นหน้าที่ของโจทก์ผู้กล่าวอ้างจะต้องนำสืบโดยตลอด จำเลยไม่จำต้องยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ในเรื่องความมากน้อยแห่งค่าสินไหมทดแทน จึงพิพากษาแก้ ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเพียง ๑๑,๒๕๐ บาท
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 314/2504
บริษัทร๊อตเตอร์ดัม จำกัด โดยนายวิลเลียม ปอนแมนผู้รับมอบอำนาจ โจทก์
ห้างหุ้นส่วนจำกัดโรงเลื่อยจักรไท้เฮงเส็ง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทร๊อตเตอร์ดัม จำกัด โดยนายวิลเลียม ปอนแมนผู้รับมอบอำนาจ · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัดโรงเลื่อยจักรไท้เฮงเส็ง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประมูล สุวรรณศร · บริรักษ์จรรยาวัตร · สนิท สุมาวงศ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายมณี ชุติวงศ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเชื้อ คงคากุล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา